เรื่องสั้น หัวใจเปื้อนชอล์ก ตอน วิบากกรรม

a sixs

จิปาถะ

เรื่องสั้น  หัวใจเปื้อนชอล์ก ตอน วิบากกรรม

155

นางแต้มตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็สายมากแล้ว นางนอนหงาย ตามองหลังคายุ้งข้าวทอดอารมณ์ไปกับโครงสร้างแบบวางพาด (Post and lintel construction) ซึ่งประกอบด้วยเสาและคาน โครงสร้างแบบแรกที่มนุษย์รู้จัก นางนอนคิดอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อยๆ และทันใดนั้นนางก็ยิ้มให้แก่ตัวเอง เมื่อคิดได้ถึงพุทธพจน์ที่ว่า “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ  ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

“ใช่แล้ว คนเราต้องฝึกให้รู้จักพึ่งหรือช่วยตัวเอง  อย่าไปหวังให้คนอื่นหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆช่วย  เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ที่พึ่งที่แท้จริง  เขาอาจจะให้เราพึ่งหรือไม่ให้ก็ได้ ในทางกลับกัน เราต้องเป็นที่พึ่งที่ดีของคนอื่นๆด้วย ถ้าเราทำดีเราก็ได้ชื่อว่าเป็นที่พึ่งที่ดี ถ้าเราทำไม่ดีก็ได้ชื่อว่าเป็นที่พึ่งไม่ดี  ฉะนั้นต่อไปฉันจะเป็นที่พึ่งที่ดีของทุกๆคน ฮ่า ฮ่า ฮ่า” นางแต้มหัวเราะชอบใจ “ฉันเริ่มมีสติปัญญาขึ้นมาบ้างแล้วนะจะบอกให้   ความจริงเรื่องเหล่านี้มีคนสั่งสอนกันมากมาย แต่มนุษย์นั้นเป็นสัตว์ที่แปลกประหลาด ต้องเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตนเอง  ใครจะบอกอย่างไรก็ไม่มีทางเชื่อ เช่น บอกให้ดูแลรักษาฟันให้ดี แต่ก็ไม่สนใจ จนปวดฟันนั่นแหละจึงรู้ว่ามันโหดร้ายทารุณเพียงใด แต่ก็ยังไม่เข็ดอยู่ดี  จนฟันใกล้จะหมดปากและเริ่มจะกินอะไรไม่ได้นั่นแหละถึงจะรู้สึก”

นางคิดเลยเถิดไปถึง การที่จะให้พ้นไปจากสถานที่นี้นั้น มีอยู่ทางเดียว คือ “การหนี  ต้องทำอย่าง เอ็ดมอนด์ ดังเตส์ ในนวนิยายเรื่อง  เคานต์ มองเต คริสโต (The Count of Monte Cristo) เขียนโดย อเล็กซองด์ ดูมาส์  ซึ่งเป็นเรื่องของ กะลาสีเรือ ที่ถูกเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา กล่าวหาว่าเป็นกบฏ และถูกจับขังอยู่ในคุก แต่เขาก็หาทางหนีออกมาจนได้ ฉันก็เหมือนกัน” นางคิด “ฉันจะทำแบบ เอ็ดมอนด์ ดังเตส์  คือ หนีออกไปจากที่นี่ให้ได้”

นางแต้มลุกขึ้นยืน ก้มลงมองดูสารรูปตนเอง เอวที่คอดกิ่วลงจนกระโปรงสีเขียวตัวโปรดหลวมโครก  ความทุกข์ทรมานทำให้นางรู้สึกว่าตัวเองแก่ลงไปถนัดใจ  แต่สิ่งที่นางได้ คือการเรียนรู้ถึงความยากเย็นแสนเข็ญของชีวิตที่มีคุณค่ายิ่ง

156

ทันใดนั้น นางแต้มก็ส่งเสียงร้อง ว๊าย… ว๊าย… ว๊-า-ย ลั่นยุ้งข้าว เสียงของนางแหลมพอๆกับเสียงหวอหรือเสียงไซเรนรถตำรวจเมื่อนางเห็นแมงมุมตัวหนึ่งชักใยเข้ามาใกล้   แมงมุมตัวดำหน้าเกลียดขายาวโก่งเก่ง โผล่จากไหนก็ไม่รู้  น่ากลัวจริงๆ  “เธออย่าทำอันตรายฉันนะ” นางแต้มพูดเบาๆ เสียงสั่นเล็กน้อย “เธอน่าจะเป็น “คุณชาร์ลอตต์” นางคิดถึงแมงมุมเพื่อนรักของ อี บี ไวท์ ที่เคยอ่าน “ใช่แล้ว  เธอคงเป็นชาร์ลอตต์แมงมุมที่แสนดี  เธอเคยช่วยเจ้าหมูน้อยวิลเบอร์ มาแล้วด้วย…

แต่นั่นแหละ  เธอน่าเกลียดน่ากลัวจะตาย  เธออยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก เธออาจทำร้ายฉันเมื่อไรก็ได้ ฉันกลัว ดังนั้น ฉันจะใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ม้วนให้คล้ายกับท่อนไม้ เขี่ยไล่เธอออกไปจากที่นี่  ฉันเมตตาเธอนะ  ฉันจึงไม่ตีเธอ  ด้ ฉันก็เหมือนกันแต่ถ้าเธอขัดขืนไม่ยอมออกไปแต่โดยดี  ซึ่งไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดเลย  เพราะการขัดขืนของเธอจะทำให้ฉันโมโห โกรธ และใช้ท่อนไม้กระดาษนั่นฟาดเธอจนตาย  ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เรื่องแมงมุมจะได้จบ….

แต่คิดอีกที  เธอคงจะอยู่ที่นี่มานานแล้ว  ฉันเสียอีกที่เพิ่มมาอยู่   แล้วอยู่ๆก็มาไล่เธอให้ออกไปดูจะไม่เป็นธรรมเอาเสียเลย  ทางออกก็คือ เราน่าจะอยู่ด้วยกันได้ เธออาจช่วยอะไรฉันได้บ้างก็ได้ใครจะรู้  เอาอย่างนี้ดีกว่า  เราเป็นเพื่อนกันนะ เป็น roommate กัน แต่เธอต้องสัญญากับฉันก่อนนะว่า เธอจะไม่ทำอันตรายฉัน  แต่ไม่ต้องหรอก ฉันคิดดีๆได้อีกแล้ว  ถ้าฉันไม่ทำอันตรายเธอ  เธอก็คงไม่ทำอันตรายฉันอย่างแน่นอน ไม่เห็นจะต้องสัญยงสัญญาอะไรให้มากเรื่องไปเลย”

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.