จิปาถะ : เรื่องสั้น โจรปล้มเงินเดือน (ตำดาก)

วันศุกร์ที่ 9  เมษายน  2564

จิปาถะ : เรื่องสั้น โจรปล้มเงินเดือน (ตำดาก)

9

 คนที่ทำความผิดหลายกระทง แล้วมีแนวโน้นว่าจะติดคุกติดตะรางนั้น  สติสตังมักจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว  เช่น เดินเหม่อลอย หรือ เดินชนโน่นชนนี่ เป็นต้น ถ้าเพียงแค่นั้นก็ไม่เป็นไร เพียงเจ็บตัวเองเท่านั้น แต่ถ้าเกิดขับรถไปชนคนอื่นเขาละก็ “จะยุ่ง”

และเมื่อเช้าวานนี้ก็มีเรื่องยุ่งจนได้ เมื่อนางแต้ม ตัวละครของผม รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ขับรถชนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ ไม่รู้ว่าคนขับมอเตอร์ไซด์ เป็นอะไรหรือเปล่า ก็คงเจ็บ เพราะเห็นใส่เปลหาม แต่อย่าถึงตายนะ ถ้าตายละก็ “จะยุ่งมาก”

เพื่อความชัดเจนได้โทรไปถาม  เพื่อนที่สารขัณฑ์รายงานมาเป็นภาษาอีสานว่า “แกตำดากเขา”

ชัดเจนจริงๆ นี่แหละความงามของภาษา  ครั้งหนึ่งผมไปเวียงจันทน์ ไม่รู้ภาษาลาว ขณะที่นั่งอยู่ในรถ ปรากฏว่ามีรถชนกัน ไกด์ลาวอุทานว่า “รถตำกัน” เลยได้ศัพย์ลาวมา 1 คำ  คำว่าตำกันเป็นภาษาพูด ภาษาเขียนว่า “อุบัดติเหด”

ในภาษาอิสาน คำว่า “ตำ”  แปลว่า เดินสะดุดตอ เรียก ย่างตำตอ ตำสะดุด ก็ว่า เดินชนกัน  เรียก  ย่างตำกัน ปะทะกัน หรือกระทบ  เรียก  ตำกัน โขลกพริกเรียก ตำแจ่ว.

ส่วนคำว่า “ดาก” แปลว่า ก้น, ตูด,ส่วนท้าย ปลายลำไส้ใหญ่ที่ทวารหนัก เรียก ดาก

ฉะนั้น แกตำดากเขา ก็เท่ากับ รถแกชนท้ายรถเขานั่นเอง

ถ้าไปถาม  นางแต้มก็จะบอกว่า มอเตอร์ไซด์ตัดหน้า คาถาของคนพาล  “ฉัน ไม่ ผิด”  ครับ ไม่ผิด  แต่ตำรวจจะเห็นด้วยหรือเปล่าไปรู้

ตรงนี้ขอเตือนนายตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ ทำคดีของ “คนดัง” ต้องตรงไปตรงมานะ อย่าซิกแซ็ก ดีไม่ดี จะตกงานนะจะบอกให้

ส่วนสุชี๋ นายกสภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ก็คงจะมีอาการไม่ต่างจากนางแต้ม คือ สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เห็นปิดตาซ้ายไปข้างหนึ่ง  คงไปผ่าต้อกระจกมามั้ง  หรือ ไป “ตำ”อะไรเข้าก็ไม่รู้ ถึงรู้ก็ไม่บอก ครับผม

Leave a Reply

Your email address will not be published.