จิปาถะ เรื่องสั้น อีเปรต หกห้า (ขี้หดตดเรี่ย)

วันพุธที่ 2  มีนาคม  2565

จิปาถะ เรื่องสั้น อีเปรต หกห้า (ขี้หดตดเรี่ย)

2

วันนี้อยากจะพูดถึงเรื่องการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หญิงผู้กล้า ที่ถูกกล่าวหาว่าขาดราชการเป็นเวลา 117 วัน อีกสักครั้ง เพราะมีข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายประการ ดังนี้

1.เจตนา การตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงหญิงผู้กล้านี้ นางแต้ม ตัวละครของผมหรืออธิการบดี ม.สารขัณฑ์ มีเจตนากลั่นแกล้งหญิงผู้กล้าอย่างชัดเจน เพราะตามปกติ เมื่อข้าราชการกระทำความผิด หัวหน้าหน่วยงานก็จะตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ถ้ามีมูล ก็จะตั้งกรรมการสอบสวนวินัยและพิจารณาโทษไปตามระเบียบ  แต่การตั้งกรรมการสอบสวนหญิงผู้กล้านี้ นางแต้มได้ระบุความผิดไว้เรียบร้อยแล้ว แสดงให้เห็นเจตนาที่จะทำร้ายผู้ใต้บังคับบัญชา ถือเป็นผู้บริหารที่แย่มากขาดเมตตาธรรม  ซึ่งคณะกรรมการก็น่าจะสำนึกรู้ได้

2.อาฆาตมาดร้าย  ที่ศาลคดีอาญาเมืองประทายสมันต์ กรณีหญิงผู้กล้าเป็นโจทก์ฟ้อง นางแต้มเป็นจำเลย ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่  ตาม ม. 157 นางแต้มพยายามไกล่เกลี่ยเพื่อปิดคดี แต่จะด้วยเป็นผู้ที่ขาดความรับผิดชอบหรือเหตุใดก็ไม่รู้ได้ ทำให้การไกล่เกลี่ยไม่ประสบผลสำเร็จ ด้วยความโกรธและอาฆาตมาดร้ายซึ่งเป็นสันดานตามบาปกำเนิด นางจึงใช้อำนาจออกคำสั่งให้หญิงผู้กล้าย้ายหน่วยงาน ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าหญิงผู้กล้าจะไม่ปฏิบัติตาม เพราะไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการไกล่เกลี่ยตามข้อตกลงที่ศาล  นางพยายามยืดเวลาโดยเปลี่ยนกรรมการสอบสวนหลายคณะ และใช้เวลาเป็นปีในการสอบสวน  เพื่อกดดันหญิงผู้กล้า เพราะทราบดีว่าหญิงผู้กล้ามีปัญหาเรื่องสุขภาพและปัญหาการเงิน แสดงให้เห็นถึงความอาฆาตมาดร้ายอย่างชัดเจน

3.ต้องให้ถึงที่สุด  เรื่องนี้ได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนหลายคณะ ทั้งกรรมการจากภายนอกและภายใน และมีการเปลี่ยนประธานคณะกรรมการหลายคน บางคนถอนตัวไปเพราะไม่อยากเป็นเครื่องมือทำร้ายผู้อื่น แต่คณะกรรมการชุดสุดท้ายถือว่าสุดยอด รู้สึกว่าจะเป็นมือกฏหมายจากเมือง 101 ได้สรุปและแจ้งข้อกล่าวหาหญิงผู้กล้าว่าขาดราชการเป็นเวลา  117  วัน หมายความว่าขาดราชการมาตั้งแต่ มีคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานในหน่วยงานใหม่ เดือนมกราคม 2564 จนถึงวันที่กรรมการแจ้งข้อหา และให้หญิงผู้กล้าทำหนังสือชี้แจง

4.ดาบสุดท้าย เมื่อหญิงผู้กล้าทำหนังสือแก้ข้อกล่าวหาไปแล้ว ปรากฏว่ากรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเห็นว่ายังไม่สมบูรณ์ จึงมีคำสั่งให้ญิงผู้กล้าชี้แจงด้วยวาจาอีกครั้งในวันที่ 17 มีค.นี้ ที่น่าสังเกตก็คือ วันขาดราชการอาจจะเพิ่มขึ้นอีกตามเวลาการสอบสวนที่ยืดเยื้อ (ไม่เข้าใจว่าเขานับเวลาขาดราชการกันอย่างไร

แต่ช่างเถอะ เมื่อพวกท่าน(กรรมการ)อยากเป็นเครื่องไม้เครื่องมือให้นางผีปอบทำร้ายข้าราชการด้วยกัน หรือพวกท่านอยากจะทำอะไรก็เชิญ แต่ขอให้ระวังให้ดีก็แล้วกัน ถึงแม้จะเรียนกฏหมายมาก็พลาดได้นะครับ  ขอเตือน “ทำร้ายครอบครัวคนอื่นบาปหนักนะ กรรมตามทันเร็วด้วย”

เรื่องนี้ มีผู้อาวุโส ผศ.ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล เตือนกรรมการมาว่า “คณะกรรมการควรตัดสินด้วยความจริง การขาดราชการ 117วัน ฟังไม่ขึ้น ควรเลิกแล้วต่อกันทุกกรณี ต่อไปถ้าสั่งแบบถูกต้องทั้ง ตำแหน่งงานของผู้สั่งและตำแหน่งผู้ที่ถูกสั่ง ก็ค่อยว่ากันใหม่ดีกว่า

ส่วน ผศ.ดร. La Ph เตือนผู้บริหารมาว่า “ ผู้บริหารที่มุ่งแต่จะเอาผิดลูกน้องเพียงเพื่อจะเชือดไก่ให้ลิงดูโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของลูกน้องและลูกหลานของเขาที่กำลังอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน ถือว่าเป็นการสร้างบาปหลายต่อ ผู้ที่หวังความสุขบนความทุกข์ของลูกน้อง สมควรหรือไม่กับคำว่า “ผู้บริหารที่ดี”

สุดท้ายมีผู้บรรยายภาพบรรยากาศของ ม.สารขัณฑ์ ได้ชัดเจนมาก

“ตอนนี้ก็หงอกันหมด ขี้หดตดเรี่ย ทำตัวเหี้ย หาแต่เรื่องไปวันๆ”

Leave a Reply

Your email address will not be published.