เรื่องสั้น เหตุเกิดที่ ม.สารขัณฑ์ (ลาภมิควรได้)

เรื่องสั้น เหตุเกิดที่ ม.สารขัณฑ์ (ลาภมิควรได้)

17

มีเสียงถามว่า “เมื่อนางแต้มได้รับคำสั่งที่ 03/60 แต่งตั้งให้เป็นรักษาการอธิการบดี ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2560 เป็นต้นไปโดยมีวาระการดำรงตำแหน่งไม่เกิน 180 วันหรือถึงวันที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งอธิการบดีใหม่ ดังนั้น นางแต้มจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งรักษาการอธิการบดีในวันที่ 15 กย 60 ฉะนั้น ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2560 เป็นต้นมา ใครที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี และผู้ช่วยอธิการบดี ซึ่งถ้าดูตามบอร์ดคณะกรรมการบริหารปัจจุบัน จะมีรองฯ 6 คน ชาย 2 คน หญิง 4 คน และมีผู้ช่วยฯ 4 คน ชาย 3 คน หญิง 1 คน รวมทั้งอธิการบดีด้วยจะมีทั้งหมด 10 คน ถ้าหากทุกคนยังไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่งเลยก็แล้วไป แต่ถ้าได้รับไปแล้วจะต้องคืนเงินประจำตำแหน่งอย่างแน่นอน ไม่มีเป็นอย่างอื่นแล้วใครจะเป็นคนเรียกเงินคืนล่ะ ก็อธิการบดีคนต่อไปนะซิ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องเรียกคืนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นญาติโกโหติกา เพราะถ้าทำเฉยไม่เรียกคืนก็จะถูกดำเนินคดีตาม ม. 157 ที่นี้ถ้าเราจะดื้อแพ่งไม่ยอมคืน มหาวิทยาลัยก็จะฟ้อง เราก็ต้องจ้างทนายแก้ต่าง ราคาทนายแบบถูกๆ กันเอง คดีหนึ่งก็ไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท และเราก็จะแพ้แน่นอน แต่เราก็จะดื้อแพ่งอีก โดยการขออุทธรณ์ ซึ่งก็ต้องจ่ายค่าทนายเพื่ออุทธรณ์อีก 50,000 และยังมีค่ามัดจำศาลอีกด้วย และเราก็แพ้อีก เราก็จะดื้อแพ่งขอฏีกา ก็จะต้องเสียค่าทนายและค่ามัดจำศาลอีก ส่วนระยะเวลาที่ต้องเทียวไล้เทียวขื่อ แต่ละคดีอย่างน้อยก็ 3 ปี ต้องใช้เวลาประมาณ 10 ปี และสุดท้ายก็ต้องใช้เงินคืนหลวงอยู่ดี และอย่าลืมว่าหนี้สินนี้เป็นสมบัติตกทอดถึงพ่อแม่ สามี-ภรรยาและลูกด้วยนะครับ จะบอกให้ ฉะนั้น ตอนนี้เตรียมเงินเตรียมทองคืนหลวงดีกว่า จะได้สบายใจเงินหลวงนั้น เป็นทรัพย์ของแผ่นดิน ใครได้ไปโดยไม่สุจริต เป็นลาภมิควรได้ เป็นบาปมหันต์“เราเกิดในแผ่นดิน ถ้าโกงแผ่นดิน รับรองไม่ทีทางเจริญรุ่งเรื่องหรอก ครับผม….

Leave a Reply

Your email address will not be published.