จิปาถะ เรื่องสั้น โจรปล้นเงินเดือน (จำมาจากในหนัง)

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2564 (กรอบบ่าย)

จิปาถะ เรื่องสั้น โจรปล้นเงินเดือน (จำมาจากในหนัง)

1

เรื่องของนางแต้ม หรือรักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ที่สภามหาวิทยาลัยสนับสนุนด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น เพื่อส่งชื่อขอโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีอีกครั้งเป็นสมัยที่ 2 โดยสภาฯหน้ามึน ไม่สนใจแม้กระทั่ง มติคณะรัฐมนตรีที่ปรามไว้แล้วว่าอย่าส่งคนที่มีปัญหาโดยเฉพาะคนที่มีคดีความ “อย่าส่งมา” แต่สภาฯก็จะส่งให้ได้ มีการเดากันว่า สภาฯคงโดนโป๊ะยามหาเสน่ห์ หรือไม่ก็เจอะ นะ จังงัง เกิดอาการตกตะลึงนิ่งงันอยู่อย่างนั้นส่วนนางแต้มก็หวังว่าจะได้รับการโปรดเกล้าอีกครั้ง ช่วงนี้จึงขอลาไปราชการบ่อย เพราะต้องวิ่งอย่างสุดฤทธิ์ เป็นเหตุให้ทั้งพระสงฆ์องค์เจ้า ผู้หลักผู้ใหญ่ ผีสางเทวดา และหมอดูหมอเดาทั้งหลาย เดือดร้อนรำคาญใจไปตามๆกัน “วิ่งไปวิ่งมาระวังหน่อยนะ เดี๋ยวขาขวิดกันล้มตึง หมดสนุกเลยพฤติกรรมแบบหน้ามึนของทั้งนางแต้มและสภามหาวิทยาลัยดังกล่าว สร้างความอิดหนาระอาใจกับประชาคมที่นั่น ถึงกับส่ายหน้าส่ายหัวไปตามๆกัน บางคนถึงกับอยากจะอ้วกๆๆๆ ใส่ ช่างน่าเบื่อหน่ายเป็นที่สุด นี่มันอะไรกันวะ เป็นรักษาการอธิการบดีอยู่ได้ถึง 4 ปี ช่วยตรวจหาตำแหน่งหน่อยซิ บ้านไหนเมืองไหน เขาทำกันอย่างนี้นะก็คงอย่างที่ ผศ.ดร ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล แสดงความคิดเห็น ว่า “เจอแบบนี้ ไปไม่เป็น เป็นตัวจริง 4 ปี เป็นตัวปลอม 4 ปีกว่าๆ ถ้าได้เป็นตัวจริงอีก 4 ปี นี่แหละ กฏ ระเบียบ กฎหมาย ไร้ประโยชน์เลิกทุกอย่าง แล้วปล่อยให้ทำได้ตามสบาย สังคมจะได้ยุ่งยากขึ้นอีก เหมาะกับสังคม คนเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ไม่แบ่งปัน โลภ ตามืดบอด มิจฉาทิฐิ รวมความไม่ดีทั้งหลายไว้ในตัวตน สังคมไร้ทิศทาง”ส่วนมีนา จัน พูดอย่างท้อใจว่า “พวกเราทั้งหมดอยู่ในภาวะปวดใจ และเกรี้ยวโกรธ ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย มีคำอธิบายไหม รู้สึกว่าคำตอบมันอยู่ตรงหน้าเรานี่แหละ มันชัดเจน ฉันรู้ว่ามันขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคน ถ้าเรายังเอาแต่ระวังตัว เราจะได้รับความยุติธรรมไหม?”“สุดยอด พูดได้ดีนี่ มีนา จัน” คม หักศอก ชม“ฉันจำมาจากในหนัง”…

Leave a Reply

Your email address will not be published.