จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (resign)

จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (resign)

19

มีนา จัน เพิ่งโผล่มา และเหมือนเดิม ถือเอกสารมาด้วย ผมถามว่า “มีอะไรอีกล่ะ”เขาส่งเอกสารให้แทนคำตอบ ผมรับมาแล้วเปิดอ่าน เป็น..“หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่นร.๐๒๐๖/ว ๒๑๘ ลงวันที่๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๑เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการร้องเรียนกล่าวโทษข้าราชการ และ การสอบสวนเรื่องราว ร้องเรียนกล่าวโทษข้าราชการว่ากระทำ ผิดวินัยกำ หนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการร้องเรียนกล่าวโทษข้าราชการและการสอบสวนเรื่องราวร้องเรียนกล่าวโทษข้าราชการว่า กระทำ ผิดวินัยขึ้นใหม่ ดังนี้๑. เมื่อ ผู้บังคับบัญชาได้รับเรื่อง เรากล่าวโทษ ข้าราชการในเบื้องต้น ให้ถือเป็นความลับทางราชการ หากเป็นบัตรสนเท่ห์ ให้พิจารณาเฉพาะรายที่ระบุหลักฐาน เท่ห์ กรณีแวดล้อมปรากฏชัดแจ้ง ตลอดจนชี้พยานบุคคลแน่นอนเท่านั้น ๒. ส่งสำเนาเรื่องราวกล่าวโทษ ข้าราชการ โดยปิดชื่อผู้ร้องเรียนหรือส สำเนาบัตรสนเท่ห์ให้ผู้บังคับบัญชา ของผู้ถูกกล่าวโทษ ทำการสืบสวนทางลับว่า มีมูลความจริงเพียงใด หรือไม่ ถ้าเห็นว่ากรณีไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำ ผิดวินัย จึงจะยุติเรื่องได้ ท้ังนี้ให้รีบด ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แล้วรายงานให้ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับเรื่องราวทราบ๓. ให้ผู้บังคับบัญชาที่เป็นผู้ได้รับเรื่องราว ฯ แจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบในทางลับ หลังจากที่ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ และภายหลังการสืบสวนในเวลาอันสมควร๔. ถ้าปรากฏว่ามีความจริงอันเป็นกรณีความผิดทางกฎหมายบ้านเมือง ให้ดำเนินคดีทางอาญาถ้าปรากฏมีมูลความจริงเป็นกรณีความผิดทางวินัย ให้ดำเนินการสอบสวน หรือต้ังกรรมการสอบสวนไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน๕. ให้ผู้บังคับบัญชา ใช้ดุลพินิจสั่งการที่สมควรเพื่อ คุ้มครองผู้ร้อง พยาน และบุคคลที่ให้ข้อมูลในการสืบสวนสอบสวน อย่า ให้ ต้องรับภัยหรือความไม่ชอบธรรม ซึ่งอาจเนื่องมาจากการร้องเรียน การเป็นพยาน หรือการ ให้ข้อมูลนั้น” และให้ส่วนราชการถือปฏิบัติต่อไป๖. ในการดำเนินการ ตามขั้น ตอนสืบสวนใน ทางลับเพื่อหาข้อเท็จจริง หากเจ้าหน้าที่ผู้สืบสวนในทางลับได้กระทำละเมิด ต่อข้าราชการผู้ถูกกล่าวโทษ หรือบุคคลภายนอก และความเสียหาย ดังกล่าวเกิดขึ้นจาก การกระทำในหน้าที่แม้มิได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หน่วยงานต้องรับผิดชดใช ด้วยค่าสินไหมทดแทนแก่ ผู้เสียหายตามหลักเกณฑ์ ในพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด ของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙”เมื่ออ่านจบ คม หักศอก ถามว่า “แล้วมันอย่างไรกันมีนา จัน จึงเสริมว่า “จากหนังสือสั่งการ ทั้ง 6 ข้อ ที่ให้หน่วยราชการปฏิบัติตาม สภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ได้ถือปฏิบัติบ้างหรือไม่ นอกจากไม่ถือปฏิบัติแล้วยัง ไม่รักษาความลับของผู้ ร้องเรียน มิหนำซ้ำ ยังเอาเอกสารของผู้ร้องเรียน ไปแจ้งแก่ผู้ถูกร้องเรียน เพื่อเป็นหลักฐาน ในการ ฟ้องหมิ่นประมาท ผู้ร้องเรียนอีก ซึ่งเป็นการกระทำ ที่ขัดกับ หนังสือสั่งการ ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อาจถูกให้พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 17 วรรคสอง (5) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ 2547 และอาจจะถูกดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรรมการสภามหาลัยที่ ไร้ศักดิ์ศรีและไร้เกียรติ สร้างความเสื่อมเสีย ให้แก่ องค์คณะ สภามหาวิทยาลัยต้องเดินคอตกเข้าคุก เพราะหวังจะเสนอหน้ากับเจ้านายเพื่อแลกกับ ผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆ ซึ่งน่าสมเพชเวทนามาก พฤติกรรมอันน่ารังเกียจ เยี่ยงนี้ ไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง อันทรงเกียรติ ดังนั้นควรจะลาออก จากกรรมการสภามหาวิทยาลัยได้แล้ว ก่อนที่จะ ถูกถอดถอน ให้อับอายขายหน้ามากกว่านี้เมื่อมีนา จัน พูดจบ คม หักศอก สรุปว่า “มันก็ควรเป็นเช่นนั้น คือ ต้อง resign”…. “มันแปลว่าอะไร”“ก็แปลว่า “ลาออก” ซิจ้ะ”……

Leave a Reply

Your email address will not be published.