จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่ ม.สารขัณฑ์ (เทป 29 เมย.63 พร้อมความคิดเห็น)

วันเสาร์ที่  1 พฤษภาคม  2564

จิปาถะ  เรื่องสั้น เหตุเกิดที่ ม.สารขัณฑ์ (เทป 29 เมย.63 พร้อมความคิดเห็น)

1

และแล้ว  นางแต้ม หรือรักษาการอธิการบดี(เถื่อน)มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์หรือนางผีร้ายก็เลือดเข้าตา มีอาการบ้าหนัก ฟาดหัวฟาดหางไม่เลิก สั่งการให้ไอ้พวกชาติหมา ประเมิน “หญิงผู้กล้า” คาบเส้นเหมือนเดิม ผลก็คือ  เงินเดือนขึ้นเพียง 270 บาท ตลอดกาล ก่อนเกิดเรื่องเงินเดือนขึ้นครั้งละ 600-700 บาท แต่หลายปีมานี่ ได้แค่ 270 เจ็บปวดจริงๆ

จากข้อมูลที่กล่าวมา แสดงให้เห็นว่านางแต้มนั้น กล้าหาญชาญชัยผิดมนุษย์มนาจริงๆ  เมินศาลก็ยังได้  เพราะขึ้นศาลคราวที่แล้ว ศาลบอกให้ประนีประนอมกันซะ และหาทางเยียวยาเหยื่อ เรื่องจะได้จบๆไป

แต่นางแต้มไม่ฟังเสียง (ไม่ฟังศาล) ใช้อาวุธพิเศษถล่มคู่ต่อสู้  กะจะให้กระอักเลือดตายไปเลย

แต่อย่างว่าแหละ ตอนนี้นางแต้มถูก “หักดิบ” หรือคว่ำบาตร กำลังเหงา เพราะไม่มีใครสนใจนางแล้ว นางจึงสร้างสถานการณ์ให้ตื่นเต้นตกใจกันเล็กๆน้อยๆ โดยปล่อยระเบิดอารมณ์ออกมา 1 ลูก ให้พวกเราเล่นตามอารมณ์ของนาง  ส่วนนางก็นอนดูผลงานอย่างสบายใจเฉิบ

แต่นั่นแหละ ถ้าเราไม่เล่มตามอารมณ์นาง  เราก็ได้แค่ 270 บาท ฉะนั้น ต้องสู้ๆ ครับ ทำเรื่องอุทธรณ์ ได้หรือไม่ได้ไม่รู้ละ ทำให้มันยุ่งเข้าไว้  ให้พวกมันเล่นตามอารมณ์เราบ้าง ที่นี้เราก็มานอน “อยู่บ้าน  ช่วยชาติ” ดูผลงานอย่างสบายใจเฉิบ ครับผม

เรื่องนี้ ผศ.ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล ให้ความเห็นมาว่า “นี่คือสิ่งที่ไม่เข้าใจจริงๆ ยิ่งกว่าโควิด19 นั่นมันเป็นไวรัส มองไม่เห็นตัว แค่กาฝากไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริง แต่แปลก พิษสงมันกลับทำร้ายเราได้อย่างรุนแรง ขั้นเดิมพันกันด้วยชีวิต #คนคนนี้สิแปลก มีตัวตน มีความรู้ มีความสามารถ มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ทำไมไม่มีคำว่าพอ และไม่มีจิตเมตตาต่อผู้อื่น #ไม่เข้าใจหนักยิ่งขึ้นอีก พวกที่ทำตามคำสั่ง หรือนโยบายอันบัดซบเช่นนี้ ทำไมไม่คิดถึงบาปบุญคุณโทษบ้าง ใครที่ไหนกันทำงานมาทั้งปี เงินเดือนขึ้นแค่สองร้อยกว่าบาท ได้ไง มันบ้าแล้ว

ได้ยิน ได้ฟังแล้วอึดอัดมาก เดือน มีนาคม โรงแรมจ่ายเต็ม เมษายน รร.ยังจ่ายลูกน้องเต็มจำนวน บางคนที่ไม่ได้รับการเยียวยา5 พัน คนที่ได้รับการเยียวยาได้ทำงานคนละ65% รวมเงินเดือนเมย.บางคนที่ไม่ได้รับการเยียวยาก็เกือบหมื่น พวกได้รับการเยียวยาก็ยังได้เงินจากเราเกือบห้าพัน หรือห้าพันกว่า รวมกับเงินเยียวยาก็ได้เต็มเดือนทุกคน ถามว่า รร. ไม่มีแขกเลย ปิดได้ไม๊ ตอบว่าได้ แต่ลูกน้อง 6-7 คนจะกินอะไรล่ะ เงินเราก็มีไม่มาก แต่เขาลำบากกว่าเราเยอะ เราก็แค่ไม่ซื้อของที่ไม่จำเป็นก็ยังอยู่ได้ เสียดายเงินไม๊  เงินทีจ่ายก็เกือบแสนนะ ถ้ารวมน้ำไฟด้วย ถ้าเก็บไว้ก็สะสมได้หลายแสน

กว่าโควิดจะหยุด น่าจะถึงล้าน นี่ขนาดให้ออกไปเมื่อ มค.63 สองคน เพราะทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างให้ฟังเป็นอุทธาหรณ์ แต่เมตตาธรรม เพื่อความอยู่รอดของพนักงานเหมือนทำบุญนะ เวลาหงุดหงิด ก็คิดนะ ปิด รร.เลย จ่ายเฉพาะ รปภ. คนเดียวก็พอ ไว้เฝ้า รร.

แต่พอคิดทบทวน ก็สรุปว่าไม่ควรทำ แล้วนี่จิตใจคนพวกนี้ทำด้วยอะไร รังแกคนไม่เลิก เงินที่จ่าย ก็ไม่ใช่เงินตัวเองด้วยซ้ำ ใจดำ อำมหิต ระวังเวลากรรมตามสนองน่ะ เอาไม่อยู่นะ จะพบจุดจบที่ทรมาน ตามไปถึงชาติหน้าต้องโดนคนทำร้าย กลั่นแกล้งที่เจ็บปวดกว่าที่เคยทำกับเขาอีกนะ

เวลากรรมเอาคืนน่ะ มันเกินหลายเท่าตัว จะบอกให้ ยังมีเวลากลับตัวกลับใจ บอกไอ้พวกลิ่วล้อด้วย บารมีไม่ถึงระวังจะตายกลางทาง”

Leave a Reply

Your email address will not be published.