จิปาถะ  เรื่องสั้น เหตุเกิดที่กำแพง (เส้นตาย)

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

จิปาถะ  เรื่องสั้น เหตุเกิดที่กำแพง (เส้นตาย)

4

มีนา จัน ถาม คม หักศอกว่า “กรณีกรรมการสภาและกรรมการสรรหาตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยกำแพงมณี จำนวน 10 คน ถูกผู้เสียหายฟ้องศาลอาญาคดดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ศาลเมืองสองแคว  ให้ลงโทษจำเลยในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐมีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ในการสรรหาตำแหน่งอธิการบดี  เมื่อวันที่ 1 พย. 64 เรื่องเป็นอย่างไร  ศาลประทับรับฟ้องหรือพิพากษายกฟ้อง”

“มีนา จัน แกต้องเข้าใจนะว่า การฟ้องศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบนั้น  ไม่ใช่การสั่งก๋วยเตี๋ยวนั่งห้อยขามากิน สั่งปุ๊บได้ปั๊บ มันต้องใช้เวลา …

ศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบฯ เป็นการดำเนินคดีอาญาในระบบไต่สวน ซึ่งศาลฯต้องทำการไต่สวนมูลฟ้อง ถ้าโจทก์สามารถแสดงเหตุผลชัดเจน ศาลก็จะประทับรับฟ้อง หรือหากจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลก็จะประทับรับฟ้องโดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้อง แต่ถ้าข้อหาไม่มีมูล ศาลก็จะพิพากษายกฟ้อง ซึ่งจะมีรายละเอียดตามที่บัญญัติไว้ตามกฏหมาย

กรณีของมหาวิทยาลัยกำแพงมณี จำเลยทั้ง 10 คน คงจะไม่รับสารภาพอย่างแน่นอน ดังนั้น ศาลจึงไต่สวนมูลฟ้องตามที่โจทก์ระบุพฤติกรรมที่กล่าวหาจำเลยว่ากระทำความผิด พร้อมทั้งชี้ช่องพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ 

แต่ปรากฏว่า ฝ่ายโจทก์ยังไม่สามารถระบุความผิดของจำเลยได้ชัดเจนพอ ศาลจึงสั่งให้โจทย์ไปดำเนินการมาให้ชัดเจน หากจำเป็นต้องใช้ข้อมูลหลักฐานที่เป็นเอกสารของทางราชการ โจทก์สามารถขอคำสั่งศาลเพื่อการนี้ได้  และได้นัดหมายการไต่สวนมูลฟ้องไปเป็นวันที่  24  ธันวาคม  2564  ฉะนั้น โจทก์จะมีเวลาอีก 50 กว่าวัน จัดการหาหลักฐานระบุพฤติกรรมของจำเลยให้ชัดเจนเพื่อศาลจะได้ประทับรับฟ้องได้ ส่วนจำเลยก็จะมีเวลาให้ระทึกใจและวิตกกังวลต่อไปอีก 50 กว่าวันเช่นกัน  เห็นไหมละ เมื่อต้องขึ้นศาล วิถีชีวิตปกติก็เปลี่ยนไป ซึ่งถ้ายอมกันเสียแต่แรกก็จบไปแล้ว ถึงตอนนี้ก็ยังไม่สาย”

“นี่ คม หักศอก ฉันสงสัยว่า เวลาอัยการส่งจำเลยฟ้องศาลฯ ศาลก็จะประทับรับฟ้องเลย ส่วนผู้เสียหายฟ้อง ศาลจะต้องไต่สวนมูลฟ้อง กรณีของมหาวิทยลัยกำแพงมณี วันที่ 24 ธค. ศาลอาจพิพากษายกฟ้องก็ได้”

“เป็นคำถามที่ดีมาก ขอตอบว่า การที่พนักงานอัยการซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ นำตัวจำเลยมาฟ้องศาลนั้น จำเลยได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไต่สวนหาหลักฐานพยานจนสามารถระบุความผิดได้ชัดเจนแล้ว จึงส่งให้พนักงานอัยการ ซึ่งเมื่อพนักงานอัยการตรวจสอบสำนวนแล้ว เห็นว่ายังไม่สมบูรณ์อาจส่งกลับไปให้ตำรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม  ฉะนั้น เมื่อพนักงานอัยการส่งฟ้องศาล ศาจก็จะประทับรับฟ้องเลย หรืออาจให้ไต่สวนมูลฟ้องก็ได้

ส่วนกรณี ม.กำแพงมณี ศาลบอกให้โจทก์ไปหาหลักฐานมาเพิ่มนั้น ขอยกตัวอย่างนะ เหมือนตอนที่เราทำผลงานทางวิชาการเพื่อขอตำแหน่ง ผศ.รศ.  ถ้าเรื่องเงียบหายไปนาน เราอาจจะผ่านหรือไม่ผ่าน ก็ 50/50  แต่ถ้ากรรมการตรวจผลงาน  ส่งเอกสารกลับมาให้เราแก้ไขหรือเพิ่มเติมบางส่วนเพื่อความสมบูรณ์ของเอกสาร  นั่นหมายความว่า เรามีโอกาสแล้ว 80-90 % เพียงแต่ให้แก้ไขตามที่กรรมการบอกมาก็จบ  ศาลฯ ก็เหมือนกัน เข้าใจบ่อ มีนา จัน

Leave a Reply

Your email address will not be published.