จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่กำแพง (กำไล EM)

วันอาทิตย์ที่ 4  กรกฏาคม  2564

จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่กำแพง (กำไล EM)

4

ชาวยุโรปชอบล่าหมูป่า แต่ในความคิดผม พวกเขาก็คืออาชญากรดีๆนี่เอง พวกเขาจะเตรียมอาวุธครบมือ ทั้งปืนผาหน้าไม้ เอาเปรียบเหยื่อที่ไม่มีอาวุธอะไรเลยนอกจากเขี้ยว  แต่ที่ไหนได้ พอไปเจอหมูป่าจนตรอกเข้า หนีไม่ออก จำเป็นต้องสู้ตาย ด้วยการกระโดดเข้าใส่ผู้ล่า และผู้ล่าได้รับบาดเจ็บหรือตายได้ ตัวอย่างนี้ก็พอทำเนา

แต่บางคนไม่ใช่นักล่า แต่ถูกหลอกด้วยผลประโยชน์ ใช้ให้ล่า ถืออาวุธเดินเงอะๆงะๆ โดนหมูป่าเล่นงานปางตาย นี่ซิน่าสงสาร

นี้คือตัวอย่างที่จะชี้ให้เห็นว่า กรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ จากฝ่ายบริหาร และจากคณาจารย์ จำนวน  5 ท่าน เป็นกรรมการสรรหาตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยกำแพงมณี ซึ่งประกอบด้วย ดร.วิทยาศาสตร์ เป็นประธาน ดร. สมควร, รศ.วอนวุ่น, ดร.ยุติ เป็นกรรมการ และ ผศ.พวกมาก เป็นกรรมการและเลขานุการ พวกนี้ชอบร้องเพลง “ถึงเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก”โดย ใช้เทคนิคให้ทุกคนได้คะแนนเท่ากัน โดยไม่สนใจคะแนนจากประชาคม เป็นผลให้ประชาคมออกมาประท้วงวางพวกหรีดและไม่ได้ขู่ว่าจะฟ้อง ม.157  แต่จะฟ้องจริงๆ และพวกกรรมการมีโอกาสได้ใช้กำไล EM

เรื่องนี้ผู้สันทัดกรณี แสดงความเห็นว่า “รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยกำแพงราช คือ ตัวที่ไปแสดงบทบาทเด่นที่จะกำหนดให้คะแนนออกมาแต่ละหมวดเพื่อให้เอื้อกับตัวที่เป็นนางเอกมากที่สุด และเป็นผู้กำหนด 85 คะแนนเท่ากันในกรณี ที่ผู้แสดงตัวอื่นจำบทของตัวเองไม่ได้

แต่น่าเสียดายตัวละครบางตัว เข้าใจ บท 152 และ157 เป็นอย่างดีจนท่องได้ขึ้นใจ จนเขียนเป็นตำราขายได้เงินมามากมาย แต่เวลาแสดงกลับลืม 2 บทนี้ไปเลยโดยไม่พูดให้ผู้ที่ร่วมแสดงฟังและเข้าใจถึงบทดังกล่าว

สำหรับผู้เขียนบท คงจะอยู่ลอยนวลและเอาตัวรอดได้ถ้ารู้จักกับคำว่า” พอและถอยเป็น”และไม่กลับมาเล่นบทเป็นลูกน้องของคนที่เคยเป็นลูกน้อง เพื่อเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับตัวละครบางตัวในกรรมการสรรหาที่จะต้องไปเล่นต่อในเรือนจำ

นอกจากนั้น ผู้สันทัดกรณียังนำความรู้สำหรับผู้ที่จะต้องใช้กำไล EM ด้วยว่า  “กำไล EM คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring : EM) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมผู้กระทำผิดแทนการจำคุกในเรือนจำ ประกอบด้วยตัวอุปกรณ์ส่งสัญญาณ มีลักษณะคล้ายนาฬิกาหรือสายรัดข้อมือ/ข้อเท้า ตัวอุปกรณ์รับสัญญาณ และศูนย์ควบคุมกลาง ที่ใช้ติดตามตัว เมื่อสวมใส่อุปกรณ์ที่ข้อมือ/ข้อเท้า หรืออวัยวะส่วนอื่น ก็จะสามารถตรวจสอบการเดินทางของผู้สวมใส่ได้ ซึ่งบ้านเราเริ่มนำอุปกรณ์ที่ว่านี้มาทดลองใช้กับกลุ่มผู้ที่อยู่ในระหว่างคุมประพฤติโดยไม่ต้องถูกขังในเรือนจำ  ส่วนผู้ที่ใช้กำไลมี 2ประเภทได้แก่

1.พวกที่กระทำผิดเล็กน้อยโทษเบาไม่ต้องส่งตัวเข้าคุกใช้วิธีใส่กำไลควบคุมพื้นที่เพื่อไม่ให้ออกนอกเขตที่กำหนด

2.พวกที่ถูกลงโทษจำคุกแล้วเหลือโทษน้อยก็ให้มาคุมตัวนอกเรือนจำ เช่นนายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยกำแพงราช ถูกจำคุกตาม มาตรา 157 มาระยะหนึ่งก็ให้มาควบคุมตัวนอกเรือนจำก็ต้องใส่กำไลนี้เหมือนกัน

มีเสียงจากลำเนาไพรว่า “สงสัยท่านๆอยากได้เครื่องประดับ EM. ถึงขนาดจะสละเครื่องราช กันได้”

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.