จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่สารขัณฑ์  (out of order)

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม 2565

จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่สารขัณฑ์  (out of order)

เมื่อวานนี้พูดถึงเหตุแห่งความหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นที่ ม. สารขัณฑ์ และได้บอกว่าต้องแก้ที่เหตุ ตามคำสอนของพุทธศาสนา และเหตุก็คือนางแต้ม อธิการบบดีมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ นางเป็นโรคจิต เป็นคนบ้า ไม่รู้ประสีประสา ไม่กลัวเกรงอาญาแผ่นดิน ใช้อำนาจทางปกครองทำร้ายผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเมามัน  มีใจอำมหิตและบรรเทิงเมื่อเห็นผู้ใต้บังคับบัญชาเดือดร้อน เป็นความสะใจ จึงปรากฏว่า ความเดือดร้อนนั้นเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากรายหนึ่งไปสู่อีกรายหนึ่ง ไม่รู้จบ ทำให้อาจารย์พนักงานและเจ้าหน้าที่ อยู่ไม่เป็นสุข ต่างหวาดผวาเกรงกลัวไปตามๆกัน นี่คือเหตุที่รู้ๆกันอยู่จนหน่ายที่จะรู้แล้ว ถามว่า แล้วจะแก้อย่างไร

วิธีง่ายที่สุดก็คือ “ไล่มันออกไป” แต่ใครจะเป็นคนไล่ล่ะ นี่คือเรื่องยาก ทั้งนี้เพราะหน่วยเหนือที่มีอำนาจโดยสมบูรณ์ไม่เวิร์ค  นอกจากไม่เวิร์คแล้วยังสนับสนุนให้ได้รับโปรดเกล้าฯ โดยอ้างอย่างหน้าตาเฉยว่า “ได้ทำการสอบสวนและตรวจสอบจนเป็นที่แน่ใจแล้ว จึงได้นำความกราบบังคมทูล พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง”https://www.thaipost.net/main/detail/117009

เหตุที่ว่าไม่เวิร์ค เพราะตาม พรบ.การอุดมศึกษา ปี 62  ม. 51 ระบุว่ารัฐมนตรีมีหน้าที่และอำนาจในการกำกับดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของสถาบันของรัฐในสังกัดกระทรวงให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบันอุดมศึกษา…..วรรคต่อมา “ในกรณีที่มีปัญหาในการดำเนินกิจการของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดของกระทรวงที่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือการไม่ปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษาอย่างร้ายแรง หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อส่วนรวม ให้รัฐมนตรีโดยข้อเสนอแนะของคณะกรรมการการอุดมศึกษาหรือคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา แล้วแต่กรณี แจ้งสภาสถาบันอุดมศึกษาให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น

ในกรณีที่สภาสถาบันอุดมศึกษาไม่ดำเนินการ ดำเนินการล่าช้าเกินสมควร หรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ให้รัฐมนตรีโดยข้อเสนอแนะและความเห็นชอบของคณะกรรมการ การอุดมศึกษาหรือคณะกรรมการมาตรฐานการอุตมศึกษา แล้วแต่กรณี วินิจฉัยชี้ขาด สั่งให้กระทำการ ยับยั้ง หรือยุติการดำเนินการของสถาบันอุดมศึกษาดังกล่าวได้” (แต่ไม่ทำ)

แล้ววันนี้เพื่อน fc ว่าไง  ท่าน Paramatta Nilsang บอกว่า “สงสารจังมหาลัยสารขันฑ์ ผู้บริหารวันๆไม่ทำอะไร มัวแต่หาเรื่องคนโน้นคนนี้ แล้วอย่างนี้มหาลัยจะเจริญได้ยังไง ไม่ต่างอะไรกับมหาลัยสุขาวดี ทางภาคใต้ พี่น้องกันนั้น  วันๆก็คิดแต่โกงจะกินกันอย่างไร อนาถใจจริงๆ มหาลัยมหาหลอก มหาลวงมหาโกง”

ผศ.ดร. la Ph บอกว่า “สถาบันอุดมศึกษาของจังหวัด กลายเป็นแหล่งรวมของกลุ่มผลประโยชน์และพวกมหาโจรใจทมิฬ”และ PN เสริมว่า “จะเรียกว่าเป็นที่ทำกินของพวกสัมภเวสีก็ว่าได้”

ผศ.ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล บอกว่า “กฏ ระเบียบ เขาก็เขียนไว้ชัดเจนนะ ไหนจะเกินเวลาสำหรับบางคน ไหนจะเนิ่นนานจนลืมเหตุการณ์จริง ไหนจะศาลลยกฟ้องแล้วด้วย แต่กรรมการก็ยังเรียกผู้ถูกกล่าวหา มารับทราบคำสั่ง ในวันหยุดยาวอีกด้วย ขยันน่าให้โล่ห์จริงจริ๊ง”

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.