จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่สารขัณฑ์ (อีงก)

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2565

จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่สารขัณฑ์ (อีงก)

26

คม หักศอก เล่าว่า มีเพื่อนคนหนึ่ง ชื่อเล่น ไอ้แมว เพราะมันดื้อเหมือนแมว มันเล่าว่า “ฉันเคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ เกษียณเมื่อปี 44 เกษียณยังไม่ทัน 2 เดือนเลย ท่าน ยินดีผกา อธิการบดี บอกให้ไอ้เวรตะไล Kovid รองอธิการฯทำบันทึกให้ฉันคืนบ้านพัก เพราะฉันเกษียณไปแล้ว ไม่มีสิทธิ์อยู่

ในฐานะที่เป็นเพื่อนกัน ฉันถามไอ้เวรตะไลว่า “กูเพิ่งเกษียณยังไม่ถึง 2 เดือน มึงบันทึกไล่กูออกจากบ้านแล้วรึ?”มันทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม “อธิการให้กูบันทึก” ไอ้เวรตะไล ตอบ “ทำไมมึงต้องทำด้วย ไอ้…ฉันด่ามัน” มันบอกขอโทษ” ก็เท่านั้น

แต่ฉันเหมือนแมว ยังไม่ยอมแพ้ ทำบันทึกกลับไปว่า “เนื่องจากก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ที่อาจารย์ภาษาไทยท่านหนึ่ง หัวหน้าวงดนตรีพื้นบ้าน “พิญแคนซอ” เสียชีวิต อธิการวันชน แจ้งให้ภรรยาและบุตรอาจารย์ท่านนั้น คืนบ้านพัก จนแม่ลูกขนของออกจากบ้านแทบไม่ทัน จากกรณีดังกล่าว ในฐานะที่ตอนนั้นฉันเป็นนายกสโมสร ได้เสนอในที่ประชุมอาจารย์ทั้งหมดว่า ต่อไป ไม่ว่าจะมีเหตุอะไรที่ต้องคืนบ้านพัก ขอเวลาให้ผู้อาศัยได้มีเวลาขยับขยายหาที่อยู่ใหม่ภายใน 1 ปี ที่ประชุมตกลงกันอย่างนั้น” อธิการยินดีผกาตอบกลับมาว่า “เราตกลงกันอย่างนั้นจริง แต่เนื่องจาก มหาวิทยาลัยมีความจำเป็น เพราะมีอาจารย์หลายท่านต้องการที่พัก” ด้วยเหตุผลของท่านยินดีผกา ฉันจึงรีบขนของออกจากบ้านโดยเร็ว

เรื่องนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับ “งูเห่า” แต่อาจจะเกี่ยวกับบ้านพัก เมื่อ ผศ.ดร La Ph บอกว่า “สงสัยงูเห่าอาจจะเลื้อยมาจากบ้านพักของนางแต้ม เพราะบ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่มาเป็น 10 ปีแล้ว บ้านก็เก่าทรุดโทรม แถมยังสะสมของเก่าๆไว้เยอะ น่าจะเป็นที่อยู่ของสัตว์เลื้อยคลานได้ดีมากๆ”

จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้ฉันรู้ว่า นางแต้ม ตัวละครของแก (คม หักศอก) หรืออธิการบดี ยังไม่ได้คืนบ้านพักให้กับมหาวิทยาลัย ทั้งๆที่เกษียณอายุราชการไปแล้วเกือบ 10 ปี ถามว่า “ทำไม”

มีนา จัน มาจากไหนไม่รู้ ตอบว่า “เพราะนางเป็นคนมักได้ หรือเห็นแก่ได้ และ“หวงก้าง” คือ กันท่าคนอื่น,หวงในสิ่งที่ตนเองไม่มีสิทธิ์ เช่น เรื่องบ้านพัก เมื่อได้อยู่อาศัยไปนานๆ อยู่สนุกและสบาย ก็คิดว่าบ้านนั้นเป็นบ้านของตัวเอง ยิ่งได้ต่อเติมโน่นบ้างนี่บ้างโดยพลการ ยิ่งนึกว่าเป็นเจ้าของ เมื่อคิดได้ดังนี้ ก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องคืน และพอดีไม่มีใครบันทึกถามด้วย เลยตีกินหวงก้างไปเรื่อยๆ

ลักษณะเช่นนี้ เป็นแบบเดียวกับตำแหน่งอธิการบดี เมื่อนางแต้มได้เป็นอธิการบดีไปนานๆ สนุกและสบาย ก็คิดว่าตำแหน่งอธิการบดีเป็นของตัวเอง จึงไม่ยอมให้ใครเด็ดขาด ใครทวงถามก็โกรธเกี้ยวเคี้ยวฟัน

หรืออาจเป็นเพราะนางแต้มคนที่เป็นอธิการบดีไม่กล้าบันทึกให้นางแต้มคนที่เป็นอาจารย์เกษียณคืนบ้านพัก เพราะนางแต้มคนที่เป็นอธิการบดี กลัวนางแต้ม คนที่เป็นอาจารย์เกษียณ เพราะเป็นโรค“กลัวเงาตัวเอง”ซึ่งเป็นอาการของคนวิกลจริต อีบ้า!

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.