จิปาถะ เรื่องสั้น อีแสบ (เสร็งเคร็ง)

วันพุธที่ 6   ตุลาคม พ.ศ. 2564 (กรอบเช้า)

จิปาถะ เรื่องสั้น อีแสบ (เสร็งเคร็ง)

6

“สภาเกาหลัง” ผมว่าไปตามที่คิดแล้ว ส่วนคนอื่นคิดอย่างไร ฟังกันเอาเองครับผม

ผู้สันทัดกรณี : “สภาเกาหลังมีอยู่ในหลายๆมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะในกลุ่มมหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตทางด้านบุคลากรทางการศึกษาเป็นหลัก ถ้าท่านได้ศึกษาประวัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภามหาวิทยาลัย แล้วจะเห็นได้ว่ามีคุณสมบัติ ดังนี้

1.เป็นครูบาอาจารย์หรืออดีตผู้บังคับบัญชาหรือรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันเดียวของอธิการบดี

2.เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอาชีพ คือเป็นหลายมหาวิทยาลัยพร้อมๆกัน ทั้งๆที่ไม่ได้มีความรู้อะไรเป็นพิเศษ อยู่มหาวิทยาลัยไหนก็สร้างปัญหาไว้ที่มหาวิทยาลัยนั้น

3.ถ้าเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจนเต็มตามจำนวนที่กำหนดแล้วก็จะแอบๆเป็น กรรมการบริหารบุคคลหรือกรรมการสภาวิชาการก่อน หรือไม่เช่นนั้นก็เป็นกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ก่อนเหมือนผีข้างบ่อน เพื่อรอจังหวะเสียบเข้ามาเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย

4.เป็นญาติตัวเองหรือญาติสามีภรรยาหรือญาติกิ๊ก

ขอยกตัวอย่างสภาผลัดกันเกาหลังมาสัก 2-3 มหาวิทยาลัยคือ

1.มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ เป็นสภาที่ผลัดกันเกาหลังจนหลังแหกเป็นริ้วและเน่าเปื่อยแล้วรออย่างเดียว คือต้องนำไปรักษาในคุกจึงสามารถทำให้หยุดกันเกาหลังได้

2.มหาวิทยาลัย กำแพงมณี ก็เริ่มเกากันเสียงดังแกรก ๆจนน่าเกลียด จนน่ารำคาญ และมีข่าวว่าน่าจะต้องไปรักษาในคุกจึงหายจากการเกา

3.มหาวิทยาลัยลิกอร์ เป็นสภาไม่เกาหลัง แต่เป็นสภาเกาเหลาเพราะไม่กินเส้นกัน จนเกิดมีมวยหมู่ ฟัดกัน แบบ 1 รุม 30 (ปกติ 30 รุม 1) คือ อธิการบดีคนเดียวแต่สามารถออกคลิปมาถล่ม 20 กว่าตอน จนสภาไปไม่เป็นต้องออกมาตะโกนให้นักศึกษา ออกมาช่วยโดยการ #Save มหาวิทยาลัย แต่ผลที่ออกมากลายเป็น #Saveโจร ไปเลย จนในที่สุดรักษาการอธิการบดี ต้องออกให้ข่าวว่า อธิการบดี ถูกร้องเรียนหลายประเด็นจนสรุปไม่ได้ หลังจากปล้นตำแหน่งอธิการบดีไป ผลัดเปลี่ยนกันรักษาการแทนอธิการบดี เสีย 3 คนแล้ว ในระยะเวลา 1 ปีเศษ ข่าวอาการเกาเหลาแบบนี้ของสภา ก็สามารถรักษาหายได้เหมือนกัน ที่ในคุก

สรุปแล้ว วิธีแก้สภาผลัดกันเกาหลัง ให้ยุติการกระทำผิด และเป็นที่เข็ดขยาดของคนไม่ดีที่มาอาศัยเกาะกินหาผลประโยชน์โดยที่ไม่ทำประโยชน์อะไรให้แก่มหาวิทยาลัย โดยให้ดื่มน้ำมันพืชชนิดหนึ่ง ยี่ห้อ “คุก คุก คุก” เท่านั้นรับรองเห็นผล”

ผศ.ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล : “พรบ.2547 นี่แหละ ผู้มีอำนาจวางแผนที่จะทำให้อยู่ต่อได้  คนปลิ้นปล้อนไม่เคยคิดแบบสุจริต เหมือนรัฐธรรมนูญ มีการแก้ไขครั้งไรก็ไม่เคยทำเพื่อ ปชช. มีแต่ทำให้ตัวเองและพวกพ้อง น่ารังเกียจสังคมเสร็งเคร็ง ปล่อยให้ทำไปให้สุดฤทธิ์ แล้วจะรู้ว่าบั้นปลายนรกน่ะมีจริง

ผศ.ดร. La Ph : ปัญหาสภาเกาหลังเกิดขึ้นจากการที่ผู้บริหารในสถาบันหลงอำนาจและต้องการผูกขาดอำนาจอย่างไม่สิ้นสุด การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิขาดการมีส่วนร่วมของประชาคม (หลอกให้ประชาคมเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ก็ไม่นำมาพิจารณา เพราะมีคนของตัวเองเต็มโควต้าแล้ว) ดังนั้นสภาเกาหลังจึงอยู่ภายใต้อาณัติของผู้บริหารที่เลือกตนเข้ามา ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ของสภาได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.