จิปาถะ เรื่องสั้น อีเปรต (บุญกฐิน)

วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 (กรอบเช้า)

จิปาถะ เรื่องสั้น อีเปรต (บุญกฐิน)

16

ปรากฏว่ามีกัลยาณมิตร แสดงความคิดเห็นมามาก จะผ่านไปก็เสียดาย ขอแบ่งเป็นกรอบเช้าและกรอบบ่าย ครับผม

ผศ.ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล : ช่วงนี้เป็นบุญกฐิน บุรีรัมย์มีหลายวัดไม่มีเจ้าภาพ มีกลุ่มบุญ แขกประจำจะมาทอดกฐินโจร 12 วัด รวมสองคืน เลยลดค่า รร. ร่วมบุญกับเขาไปให้หลายพันบาท เลี้ยงกาแฟเพิ่มให้ด้วย เพื่ออนุโมทนาบุญ

#ปกติการทำบุญกฐิน จะทำช่วงออกพรรษา เพื่อจรรโลงศาสนาพุทธ เจ้าภาพต้องมีบุญบารมีสูง จึงจะทำบุญกฐินได้ เป็นความเชื่อ ถ้าดูตามความจริง การทำบุญกฐิน เป็นการทำบุญใหญ่กว่าทอดผ้าป่าหลายขุม เจ้าภาพก็ต้องมีฐานะพอสมควร พอมีฐานะ ก็มีอาวุโสด้วยนั่นแหละ ดูใบโอนทำบุญของแต่ละคนที่แขกส่งให้ดูก็คนละมากโข แต่เขาทำบุญด้วยเงินส่วนตัวของแต่ละคน

ในอดีต มีบางคนทำบุญกฐินใหญ่ แต่ได้ใช้กลยุทธหลากหลายให้ได้เงินทำบุญหลักล้าน ดูก็เป็นกลยุทธที่ดีให้คนร่วมอนุโมทนาบุญ เราเองก็ร่วมทำบุญไปหลายพัน เออ ชาติหน้าต้องเจออีกแน่เลย แต่จะสวดมนต์ อโหสิกรรมให้ในชาตินี้  จะได้ไม่ต้องตามไปชาติหน้า ว่าแต่สงสัยว่า เจ้าภาพได้ใช้เงินตัวเองทำบุญมากน้อยเท่าไหร่ เงินยอดรวมน่าจะมี เป็นเจ้าภาพหลักแสนนะ เพราะเจ้าภาพที่ไม่ต้องการเงินทำบุญร่วมยังใช้ถึงอย่างน้อยสามแสนต่อวัด อยากรู้จัง เราเองยังทำไปมากพอสมควร เพราะคิดว่า พอได้เป็นผู้บริหารระดับสูงแล้ว ก็คงบริหารด้วยจิตเมตตา หลงเชื่อไปพักใหญ่ๆ แต่พอเห็นวีรกรรมและการกระทำช่วงต่อมา ที่กระทำกับคนใกล้ชิด ที่ไม่ชอบใจอยู่ลึกๆ เห็นการจัดการให้หลุดวงจรทีละคนๆ ก็เริ่มเข้าใจว่า ภาพที่เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลง ที่แท้ก็เป็นเพียงภาพลวงตา เราเองก็โดนกระทำ เหมือนกัน ทั้งๆที่เราเองไม่มีพิษมีภัย เราไม่ได้สนใจ ตำแหน่ง เงิน ลาภยศ สรรเสริญแต่อย่างใด เพราะเราถึงจุดอิ่มตัว พอแล้ว เราก็โกรธตอนแรก แต่ก็เข้าใจให้อภัยภายหลัง คนที่กำลังลุ่มหลง มัวเมาในอำนาจ กิเลสเต็มๆ คนแบบนี้ ต้องปล่อยไปอย่าเข้าใกล้ พอเราเกษียณแล้ว ทำงานเพราะอยากทำ เพื่อให้มีอะไรทำ ตามประสาคนอยู่เฉยไม่เป็นเท่านั้น ต้องเตรียมตัวตายในบั้นปลายชีวิต ดังนั้นต้องมีกิจกรรมที่ดีคืนให้สังคม โควิด เกือบสองปี ก็ยังเลี้ยงลูกน้องให้กินดีอยู่ดีเหมือนเดิม เรายอมแบกภาระเอง เงินเป็นของนอกกาย แต่ใจคนต้องถนอมไว้เป็นการแบ่งปันและเมตตา ต่อลูกน้อง ยามเหนื่อยก็ช่วยกันทำงาน ยามว่างก็พัก อยู่กันไป มีอะไรก็แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ เหมือนคนในครอบครัว แต่ละคนอยู่กันมานานมากแล้ว เมื่อก่อนเราชอบทำบุญกับวัดครั้งละมากๆ ตอนนี้หันมาทำมูลนิธิต่างๆ โดยเฉพาะมูลนิธิ รพ. ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพวกผู้ป่วย หรือพวกด้อยโอกาส บอกแล้วว่าตายไป เหรียญเดียวใส่ปาก แต่พอเป็นเถ้า เขาก็ให้ญาติมิตร คนสนิท หยิบเหรียญไปเป็นขวัญถุง สมัยนี้เถ้าเขาก็ลอยหมด ไม่เหลือเก็บไว้ ให้เป็นภาระต่อผู้อยู่หลัง ใช้ตั้งจิตอธิษฐาน ทำบุญให้ก็พอ ชีวิตหลังการตาย ก็มีเท่านั้น ให้คนจดจำ แล้วจะอะไรกันนักกันหนา ตามล้างตามเช็ด ไม่ยอมจบสักที มีแต่คนที่ต้องอาศัยบุญ บารมีของตัวเองทั้งนั้น ถ้าใช้เมตตา ก็จะได้ข้อหนึ่งของทศบารมี หรือกลายเป็นเปรตไปแล้วเลยหมดบุญ ต้องเที่ยวขอส่วนบุญ และแสดงกริยาท่าทาง หลอกให้คนอื่นที่ไม่ใช่พวกต้องลำบากด้วย หรืออย่างไร สงสัยจัง จิตคิดอะไรอยู่ ช่างไม่ปล่อยวาง ไม่เมตตา ไม่อภัย ไม่.. ไม่… และไม่… สงสัยคงเป็นบ้าไปแล้ว #บ้าอำนาจไง

….

ต่อกรอบบ่าย

Leave a Reply

Your email address will not be published.