จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (ตำนานอีเปรต)

วันศุกร์ที่ 27  สิงหาคม  พ.ศ. 2564

จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (ตำนานอีเปรต)

27

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อ มีนา จัน เอาแผ่นครั่งตราประทับที่หักเหลือเพียงครึ่งเดียว ขนาด 1 นิ้ว มาอวด บอกว่าได้มาจากคุณตาเขมา หรือคุณตาดำ แถวชายแดนไทย-กัมพูชา ในราคา หนึ่งพันบาท พร้อมเสริมว่า “คุ้มค่ามาก” ที่คุ้ม เพราะมันมีตำนานประกอบ ฉันจะเล่าให้ฟัง”

“เมื่อไม่นานมานี้ ฉันพบกับคุณตาดำที่ปราสาทสด๊กก็อกธม อ.โคกสูง  สระแก้ว คุณตาดำเอาแผ่นครั่งประทับตรานี้ให้ฉันดูและเล่าว่า “แผ่นครั่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่เล่าขานสืบเนื่องกันมาตั้งแต่โบราณ  ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ แต่เป็นตำนาน ที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต ที่มีความเชื่อ ความศรัทธา ตลอดจนขนมธรรมเนียมประเพณีที่ปฏิบัตสืบต่อกันมาช้านาน”

คุณตาดำเล่าต่อไปว่า “แผ่นครั่งนี้เป็นหลักฐานสำคัญของ “ตำนานอีเปรต” ที่คุณตาดำรู้ด้วยว่ามันกำลังอาละวาดอยู่ที่ ม.สารขัณฑ์ในขณะนี้”

คุณตาดำบอกอีกว่า  “วันนี้แหละ วันที่ 27 สิงหาคม เมื่อนมนานมาแล้ว  อีเปรตตนนี้ ได้หลุดลอดออกมาจากผะอบหินอีกครั้งหนึ่ง โดยนักล่าโบราณวัตถุได้พบผะอมที่ขังอีเปรตนี้ไว้ ที่ถ้ำเป็ดทอง อ.ประคำ ผะอบนี้มีแผ่นครั่งตราประทับพร้อมคาถากำกับอยู่ อีเปรตจึงหนีออกมาไม่ได้

เมื่อนักล่าโบราณวัตถุพบผะอบและเปิดออก ตราครั่งได้แตกออกเป็น 2 ซีก เป็นเหตุให้อีเปรตสามารถเล็ดลอดหนีออกไปได้

และเที่ยวอาละวาดก่อกรรมทำเข็ญ สร้างควมเดือดร้อนวุ่นวาย ให้กับผู้คนและหน่วยงานของรัฐอยู่ไม่หยุดหย่อน

และคืนนี้ ขอให้พวกเราเตรียมที่อุดหูไว้ด้วย  เพราะในยามค่ำคืนเสียงของอีเปรตและบริวารที่ร่วมฉลองวันครบรอบ ที่มันได้รับอิสระภาพเสียงจะดังลั่นจนแสบแก้วหูไปตลอดทั้งคืน”

ฉันถามคุณตาดำว่า “อีเปรต นี่รูปร่างหน้าตามันเป็นอย่างไร?แล้วจะมีวิธีจัดการมันได้อย่างไร?”

คุณตาดำบอกว่า “ความจริงอีเปรตตนนี้  มีรูปร่างหน้าตาเหมือนผู้หญิงธรรมดาทั่วไป  แต่เนื่องจากนางมีจิตใจชั่วร้าย อิจฉาริษยา ไร้ยางอาย  และโลภ ร่างกายและหน้าตาของมันจึงบิดเบี้ยวผิดรูปไปเป็นอีเปรตที่น่าสะพรึงกลัว ตาสีแดง ผิวสีเขียว จมูกบานใหญ่ ปากแสยะ ผมเผ้าเลอะเทอะรุงรัง ตัวอ้วนปุ๊ก เล็บมือยาวน่าเกลียด มันชอบทำร้ายคนอื่น มีนิสัยหลอกลวง ใครที่หลงคารมของมันจะต้องประสบกับความวิบัติ สูญเสียและตายไปในไม่ช้า”

ส่วนวิธีที่กำจัดอีเปรตตนนี้ ตาดำบอกว่า “ขอให้ฉันเก็บตราครั่งครึ่งแผ่นนี้ไว้  อีกไม่นานเกินรอฉันจะพบชายนิรนาม ที่พร้อมจะมอบชิ้นส่วนของตราครั่งส่วนที่เหลือให้”

จากนั้น ตาดำได้กำชับให้ฉันหาผะอบหิน หรือ หม้อดินมาเตรียมไว้  เมื่อถึงคืนวันเพ็ญ 15 ค่ำ เวลาเที่ยงคืน ให้ฉันนำแผ่นครั่งทั้งสองมาต่อกันบนฝาผะอบ เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนตรง ตราครั่งก็จะละลายหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ปรากฏเป็นคาถาสั้นๆ ที่ฉันจะต้องสวดคาถานั้น ดังๆ 3 จบ เมื่อท่องคาถาจบลง กลุ่มเมฆสีดำจะลอยมาบดบังแสงจันทร์พอดี  และปรากฏเสียงเล็กแหลมด้วยความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานและสิ้นหวังของอีเปรต ที่กรีดร้องด้วยเสียงสูงโหยหวล หายเข้าไปในผะอบพร้อมกลุ่มควัน วาระสุดท้ายของอีเปรตก็จบลงอีกครั้งหนึ่ง” 

จากนั้นตาดำบอกให้ฉันอ่านคำสาปแช่งสับทับอีกครั้ง ความว่า “ขอให้ความผิดของเจ้าหลอกหลอนเจ้าเหมือนกับปีศาจร้ายขอส่วนบุญ ขอให้เทพยดาฟ้าดินขุ่นเคืองเจ้า และขอให้ใจเจ้าแตกสลายเช่นเดียวกับผู้คนที่เจ้าทำร้าย และขอให้เหตุการณ์ที่สารขัณฑ์เป็นคำสาปที่จะติดตามเจ้าไปตลอดชีวิต”

และวันต่อมา ท้องฟ้าก็จะเปิดโล่ง ว่างไสว เจิดจ้า ความสุขสงบก็จะปรากฏขึ้นที่มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ อีกครั้งหนึ่ง

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.