จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (ข่อยบออยากฟัง

วันอังคารที่ 3 สิงหาคม  พ.ศ. 2564

จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (ข่อยบออยากฟัง)

3

ตอนนี้คุณปอสิต ตัวละครของผม หรือรักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยกำแพงมณี เธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายมาก เหมือนเธอเดินหลงทางอยู่กลางป่า ท่ามกลางเสือสิงห์กระทิงแรด ที่เขี้ยวลากดินแทบทั้งนั้น ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี แต่ปรากฏว่า มีผู้สันทัดกรณีช่วยให้คำชี้แนะ แต่จะมีประโยชน์หรือไม่ก็ม่รู้ได้ เพราะคนเราจะฟังเฉพาะเรื่องที่อยากฟังเท่านั้น

เรื่องนี้ผู้สันทัดกรณีให้คำชี้แนะว่า  “พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนใสถาบันอุดมศึกษา

พ.ศ. 2547  มาตรา 39 ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ขยันหมั่นเพียร และดูแลเอาใจใส่รักษาประโยชน์ของทางราชการ

ห้ามมิให้อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจหน้าที่ราชการของตนไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม

หาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น

การปฏิบัติหรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผนของทาง

ราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของทางราชการ

การปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ แบบแผน

ของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของทางราชการ หรือขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”

คุณปอสิต ต้องรู้ตัวเองว่าในวันที่ 13 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป หากยังดื้อดึงปฏิบัติหน้าที่ ในตำแหน่งรักษาราชการอธิการบดีอยู่อีก นอกจากจะเป็นรักษาราชการแทนอธิการบดีเถื่อนแล้ว  คุณยังได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามมาตรา 39 ซึ่งมีโทษถึงขั้นปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ เพียงแต่ อาจารย์ หรือพนักงาน มหาวิทยาลัย มีหนังสือร้องเรียน ไปยัง ปลัดกระทรวงอุดมศึกษาฯ เพื่อให้ตั้งกรรมการ สอบสวน ทางวินัย มาดำเนินการ เท่านี้ก็เพียงพอ ที่จะทำให้ คุณปอสิต พ้นสภาพจาก อาจารย์ มหาวิทยาลัยหนองปลิงแล้ว ชวดจะได้รับบำเหน็จบำนาญหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลการลงโทษ   ถ้าถูกปลดออกจากราชการก็มีสิทธิที่จะได้รับบำเหน็จบำนาญ    ถ้าถูกไล่ออกจากราชการก็จะไม่มีสิทธิที่จะได้บำเหน็จบำนาญ

ดังนั้น คุณปอสิต จะเชื่อตัวเอง หรือจะเชื่อกรรมการสภา คนที่อาสาจะมาเป็นอธิการบดีน่าจะคิดได้เอง หรือยอมโง่ ตามเสียงเชียร์ของนายกสภาและ กรรมการสภา(บางคน)”

และผู้สันทัดกรณียังเสริมว่า “ถ้านางแต้มติดคุกเป็นตัวอย่าง คุณปอสิต น่าจะกระโดดหนีแทบไม่ทันเหมือนกับสำนวนไทย “หมาถูกน้ำร้อน” ซึ่งหมายถึงคนที่มีความเดือดร้อน กระวนกระวาย วิ่งพล่านไปหาที่พึ่งต่าง ๆ เปรียบเสมือนหมาที่ถูกน้ำร้อนลวก ร้องเสียงดังวิ่งพล่านไปด้วยความเจ็บปวดทุรนทุราย.(จาก พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถาน)

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.