จิปาถะ เรื่องสั้น หัวใจเปื้อนชอล์ก (สารขัณฑ์ 64) “คม หักศอก”

เผยแพร่เมื่อ 15 ธันวาคม 2561

จิปาถะ เรื่องสั้น หัวใจเปื้อนชอล์ก (สารขัณฑ์ 64) “คม หักศอก”

74

มีนา จัน รายงานมาจากมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ประเทศสารขัณฑ์ว่า “เมื่อนางแต้มอ่านจดหมายฉบับแรกของพ่อจบ นางร้องไห้โฮ น้ำตาไหลพราก ใช้หลังมือขวาป้ายตา หลังมือเปอะไปด้วยคราบน้ำตาและน้ำมูก นาง ร้องเรียกพ่อเสียหลง “พ่อจ๋า พ่อจ๋า” นางแต้มคางพึมพำ “พ่อจ๋า พ่อเตือนลูกแล้ว แต่ลูกของพ่อดื้อด้านจริงๆ ไม่ยอมฟังพ่อเลย ไม่คิดว่ามันจะเลวร้ายขนาดนี้ ลูกไม่รู้ว่าความโลภนั้นมันมาจากไหน  อยากเป็นโน่นเป็นนี่ อยากได้โน่นได้นี่ พยายามถีบตัวเองให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ สุดท้ายก็จะหล่นลงมาในเร็ววันนี้ ช่างโง่เหง่าเหมือนหนอนไม่มีผิด ตระเกียกตระกายเหยียบย่ำหนอนตัวอื่นๆเพื่อจะขึ้นไปให้สูงที่สุดเพื่อจะตกลงมา พ่อจ๋า แต้มจะทำอย่างไรดี” นางแต้มซบหน้าลงกับมือ  โขกศีรษะลงกับพื้นโต๊ะ ซ้ำไปซ้ำมาและฟุบหน้าลง  จากนั้นค่อยๆเงยหน้าขึ้น หน้าผากแดงเป็นรอยช้ำ รวบรวมเรี่ยวแรงเอื้อมมือไปหยิบจดหมายของพ่อมาคลี่อ่าน มันเป็นจดหมายฉบับที่ 2

“กุมภาพันธ์ 2557

ลูกจ๋า ลูกคงได้อ่านจดหมายของพ่อแล้ว ในจดหมายพ่อได้ระบายความในใจเพื่อหวังว่าจะได้คลายทุกข์ลงบ้าง แต่ปรากฏว่าพ่อกลับยิ่งทุกข์ทรมานมากขึ้นกว่าเดิมอีก ทั้งนี้เพราะได้รับรู้ว่าลูกทั้งสองของพ่อได้ร่วมมือกันทำร้ายผู้อื่นอย่างหนักหนาสากรรจ์เพิ่มยิ่งขึ้น พฤติกรรมของลูกทั้งสองบงบอกได้อย่างชัดเจนว่าลูกมีเจตนาร้ายกับผู้ใต้บังคับบัญชา ดังนั้นเมื่อมีเจตนาร้ายเสียแล้ว ความเมตตากรุณาที่ลูกควรจะมีก็หมดไป ลูกจะเลือกทำและเลือกฟังแต่สิ่งที่ลูกอยากทำและอยากได้ยิน โดยไม่สนใจใยดีต่ออะไรทั้งสิ้น กล่าวได้ว่าลูกใช้อำนาจอย่างบ้าคลั่งกลั่นแกล้งผู้คน  จากพฤติกรรมของลูก พ่อได้พิจารณาอย่างรอบด้านแล้วเห็นว่า พฤติกรรมดังกล่าวไม่น่าจะเป็นสิ่งที่มนุษย์จะพึงกระทำ แต่เป็นพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น สัตว์นรก ติรัจฉาน เปรต และ อสุรกาย หรือ ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือทุกชนิดรวมกัน มันจึงเป็นความเลวร้ายที่สุดที่พ่อเคยรับรู้มา”

นางแต้มอ่านมาถึงตรงนี้ นางก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะและนิ่งสนิทไป  นางรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากมีเสียงเอะอะที่ประตู นางได้ยินเสียงแว่วๆของแม่ “ลูกแต้ม ลูกแต้มจ๋า  เป็นอะไรหรือเปล่าจ้ะ เปิดประตูเถอะลูก  ลูกอยู่ในห้องนี้มา 2 วันแล้ว ลูกคงหิวแย่เลย แม่เตรียมข้าวมาให้ลูกด้วยจ้ะ เตรียมผลไม้ที่ลูกชอบมาให้ด้วย เปิดประตูเถอะลูก”

ไม่มีเสียงตอบ เจ้าหน้าที่บอกแม่นางแต้มว่าจะต้องพังประตูเข้าไป แต่แม่นางแต้มห้ามไว้ เพราะกลัวลูกแต้มจะตกใจ นางขอพูดกับลูกก่อน

แม่นางแต้มซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นใช้ใบหน้าแนบกับประตู พร่ำ รำพันว่า “ลูกจ๋า เปิดประตูเถอะลูก กลับบ้านเราเถอะ  ตอนนี้สภาฯเขาแต่งตั้งอธิการบดีคนใหม่แล้ว ฉะนั้นลูกไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอีก กลับบ้านเถอะลูก”

เงียบสนิท ไม่มีเสียงตอบ

เมื่อปล่อยให้แม่นางแต้มพูดหว่านล้อมให้นางแต้มเปิดประตูไม่เป็นผล เจ้าหน้าที่ก็ขอจัดการพังประตูเข้าไป

ภาพที่ปรากฏ นางแต้มนอนแผ่แบหราไม่กระดิกกระเดี้ยอยู่กลางห้อง ข้าวของกระจัดกระจายไปทั่ว นางไม่มีสารรูปของอธิการบดีเหลืออยู่แม้แต่น้อย ผอมโกรกเนื่องจากไม่ได้กินอะไรเลย ใบหน้าซีดเซียวเลอะเทอะไปด้วยคราบไคร เสื้อผ้าขาดวิ่น แม่นางแต้มสั่งให้แจ๊ดแจ๋เข็นรถเข้าไปใกล้ ลุกถลาลงจากรถหน้าคมำเข้าไปกอดลูก ร้องไห้สะอึกสะอื่น “ลูกจ๋า พูดกับแม่ซิลูก   ลูกอย่าตายนะลูกแม่”  แม่นางแต้มดึงชายเสื้อคอกระเช้าขึ้น ดึงนมที่เหี่ยวแห้งออกมาจากอก จ่อที่ปากลูก “กินซะลูก  กินซะลูกแม่”  ภาพที่สะเทือนใจนั้น ทำให้ทุกคนเบือนหน้าหนี

จากนั้นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็มาถึง นำนางแต้มใส่เปลขึ้นรถ เมื่อเรียบร้อยรถรีบบึ่งออกจากประตูมหาวิทยาลัย เปิด ไซเรน ดังลั่น

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.