จิปาถะ เรื่องสั้น อีเปรต หกห้า (ผิดถูกยังไม่รู้เลย)

วันพุธที่ 30 มีนาคม 2565

จิปาถะ เรื่องสั้น อีเปรต หกห้า (ผิดถูกยังไม่รู้เลย)

30

ผู้สันทัดกรณี การันตี ว่าจะมีคนติดคุกเพิ่มเติมอีก คือ “การที่ นางแต้ม ได้มีคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนวินัย พนักงานมหาวิทยาลัย ในกรณี ที่ขาดราชการ ไป 117 วัน นั้น คำสั่งดังกล่าว ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดย มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้ง ให้พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ได้รับโทษ ทางวินัยไล่ออกจากราชการคณะกรรมการ ที่ถูกแต่งตั้ง โดยนางแต้ม ก็จะเป็นกรรมการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย การกระทำใดๆ ของคณะกรรมการดังกล่าว ถือว่ามีความผิด เช่นเดียวกับนางแต้ม เพราะเหตุว่า พนักงานมหาวิทยาลัย คนนั้น ไม่ได้มีความผิด ตามข้อกล่าวหา คือไม่ได้ขาดราชการ แต่อย่างใด เพราะว่า1. พนักงานราชการคนนั้น มาปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน2 พนักงานคนนั้น ได้มาลงเวลา ทุกครั้ง ที่มาปฏิบัติหน้าที่3 พนักงานคนนั้น ได้รับเงินเดือน ทุกเดือน4 เพื่อนๆพนักงาน สามารถเป็นประจักษ์พยานได้ว่า พนักงานคนนั้น มาปฏิบัติหน้าที่จริง5 พนักงานคนนั้น มีผลงาน เป็นที่ประจักษ์ แก่เพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา ชั้นต้นดังนั้นการที่นางแต้ม ปล่อยให้พนักงานมหาวิทยาลัย ขาดราชการไปถึง 117 วัน ถือว่าเป็นความผิดของ นางแต้มเอง ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะว่า การที่พนักงานราชการ ละทิ้งหน้าที่ หรือขาดราชการ ไปเกิน 15 วัน โดยที่ไม่ ทราบสาเหตุ และ ไม่กลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกเลย ผู้ที่มีอำนาจบรรจุแต่งตั้ง สามารถ ไล่ออกจากราชการได้เลย เพราะถือว่า เป็นความผิดชัดแจ้งสรุป การกระทำของนางแต้มครั้งนี้ ถือว่าเป็น เจตนาที่จะกลั่นแกล้ง พนักงาน มหาวิทยาลัย คนดังกล่าว จึงชอบที่นำเรื่อง ร้องต่อ ปปช. เพื่อดำเนินการสอบสวน นางแต้มและกรรมการสอบสวนทุกคนต่อไป และให้ นำเอกสารหลักฐาน เพื่อไป เป็นพยานหลักฐานประกอบคดี ต่อศาล อาญาทุจริต และประพฤติมิชอบ ภาค 4 ต่อไปด้วย งานนี้มีคนจะติดคุกเพิ่มเติมอีก” “ชัดเจนมาก”ส่วน ผศ.ดร.La Ph บอกว่า “จริงของท่านคม หักศอก ที่ว่า เตือนนางแต้มและลิ่วล้อนั้นยากเต็มที ยิ่งเตือนเหมือนยิ่งยุ เมื่อวานก็มีอาจารย์เก่าท่านหนึ่งโทรมาคุยด้วย และบอกว่า “ให้เก็บความปรารถนาดีที่มีต่อนางแต้มและลิ่วล้อใส่ลิ้นชักและปิดกุญแจซะด้วย เพราะไม่มีประโยชน์ในการเตือนแต่อย่างใด และยังเน้นว่า ไม่รู้เลยเหรอว่านางแต้มเป็นคนที่ทั้งอยากได้ อยากมี อยากเป็น อยากเด่น อยากดัง จนไม่นึกถึงบาปบุญคุณโทษหรอก”และ ผศ.ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล “การรู้สำนึกของแต่ละคน เวลาจะต่างกันตามกรรม ที่ได้กระทำไว้ตั้งแต่อดีตชาติ และปัจจุบันชาติ ต้องหมั่นทำบุญทำทาน ปล่อยวาง ทำจิตให้เมตตา แต่ถ้ายังมีกิเลสครอบงำ การรู้แจ้งเห็นจริง คงเกิดยาก”….

Leave a Reply

Your email address will not be published.