เรื่องสั้น เหตุเกิดที่ ม.สารขัณฑ์ (รับรอง)

เรื่องสั้น  เหตุเกิดที่ ม.สารขัณฑ์ (รับรอง)

30

คุณตาวัย 80 ใส่เสื้อคอกลมสีขาว นุ่งกางเกงขาก้วยสี “กรมท่า”* มีผ้าขาวม้าแบบเขมรคาดเอว มือถือธงไตรรงค์โบกไปมา ไม่มีใครรู้ว่าแก่โผล่มาจากไหน มายืนอยู่กลางสามแยกไฟแดง ที่แต่เดิมเป็นวงเวียนพานรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนเป็นวงเวียนธงชาติ และเปลี่ยนเป็นสามแยกไฟแดงตามลำดับ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาและชาวบ้านร้านค้าพากันมายืนออดูที่ริมถนนเป็นแถวยาว คิดว่าชายแก่คนนี้สติแตก จราจรเริ่มติดขัด ร้อนถึงตำรวจต้องมานำตัวคุณตาไปโรงพัก โดยมีทนายความที่เป็นลูกศิษย์ จากสำนักปรีชาทนายความตามไปดูแลด้วย

ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นและประชาชนที่อยากรู้อยากเห็นได้ตามไปดูกันจนแน่นโรงพัก

ข้อมูลซุบซิบจับความได้ว่า ชายคนดังกล่าว เป็นอดีตข้าราชการบำณาญที่ถูกเปลี่ยนมาเป็นพนักงานของรัฐผู้ได้รับบำนาญโดยพละการ  มีความคับข้องใจเรื่องที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ที่เขาเคยเป็นครูสอน  เขาตั้งคำถามนักข่าวท้องถิ่นว่า “บ้านนี้เมืองนี้ คนดีมีปัญญาไปไหนกันหมด ไม่มีใครรักบ้านรักเมืองกันเลยหรือย่างไร  ถึงปล่อยปะละเลยให้อีบ้าที่ไหนก็ไม่รู้มายึดครองมหาวิทยาลัย สร้างความเสียหายเป็นเอนกอนันต์  อีกทั้งได้ทำร้ายพนักงานของรัฐให้ได้รับความเดือดร้อน ไม่เป็นอันทำงานทำการ บ้านนี้เมืองนี้มันเป็นอะไรกันโว้ย”

นักข่าวถามว่า “ที่มายืนโบกธงอยู่กลางสี่แยกนั้น มีเป้าหมายอย่างไร” เขาตอบว่า “ก็เพียงแต่หวังว่าจะปลุกจิตสำนึกของประชาชนชาวสารขัณฑ์ให้นึกถึงบ้านถึงเมืองบ้างเท่านั้น” 

“มันจะได้ผลรึ?” เขาตอบว่า “ไม่รู้ อายุ 80 แล้ว อยากทำอะไรก็ทำเลย ได้ผลก็ดี ไม่ได้ผลก็แล้วไป ได้ทำไปแล้ว จบ”   

และเมื่อทุกอย่างคลี่คลายลง ร้อยเวรไม่ได้ตั้งข้อหาอะไร เพียงแต่บอกว่า  อายุมากแล้ว ต่อไปอย่าได้ทำแบบนี้อีก  เพราะอันตราย อาจถูกรถชนเสียชีวิตได้  จากนั้นก็ปล่อยตัวให้กลับบ้านไป

ก่อนกลับ ชายชรา ได้เดินเข้าไปกระซิบกับร้อยเวรว่า “ครับ ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกแน่นอน  แต่จะทำแบบอื่น” ครับผม  แล้วก็เดินลง สภ.ไปกับทนายปรีชา กอดคอกันหัวเราะเอิ๊กอ๊าก

..

 *เมื่อปี พ.ศ. 2413 ในสมัยรัชกาลที่ 5  ทรงมีพระราชดำริให้มีเครื่องแบบสำหรับฝ่ายพลเรือนให้ใส่ผ้าแพรสีต่างๆ คือ ฝ่ายเจ้านายใส่สีไพล ฝ่ายมหาดไทยใส่สีเขียวแก่ ฝ่ายกลาโหมใส่สีลูกหว้าฝ่ายกรมท่าใส่สีน้ำเงินเข้ม  มหาดเล็กใส่สีเหล็ก  อาลักษณ์กับโหรใส่สีขาว

“กรมท่า”นั้นเป็นหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับการต่างประเทศ คือ กระทรวงการต่างประเทศในปัจจุบัน  น่าเสียดายที่หน่วยงานอื่นๆเลิกเรียกชื่อแบบโบราณไปหมดแล้ว จึงไม่มีสีมหาดไทย

(เขียวแก่)สีกลาโหม(ลูกหว้า) ส่วนที่ยังเหลืออยู่ คือสี”กรมท่า”เท่านั้น

..

เห็นใจคุณตาจัง  แต่อย่าท้อครับ เพราะเรื่องนี้ผู้สันทัดกรณี ให้ความเห็นว่า การรักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ของนางแต.. โดยการสนับสนุนของ ชุมนุมโจร ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2560 จนถึงวันนี้ ขาดอีกไม่กี่วัน ก็จะครบ 3 ปีแล้ว โดยตามกฎหมาย แล้ววาระ การดำรงตำแหน่งอธิการบดี เป็นเวลา 4 ปี ฉะนั้นการที่รักษาการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ของนางแต..ถือว่าเป็นการปล้น พี่ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์แบบ และคาดว่า คงจะปล้นอีกนาน จนกว่า ศาลปกครองสูงสุดจะตัดสิน อย่างน้อยน่าจะประมาณอีก 3 ปี สรุปแล้ว มีการปล้นครั้งนี้ยาวนานถึง 6 ปี นานกว่า ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง อธิการบดี ที่ชอบด้วยกฎหมาย เสียอีก แต่ก็ไม่เป็นไร การปล้นก็คือการทำผิดกฎหมาย ยิ่งปล้นนาน การทำผิดกฎหมายก็จะมีคดีมากขึ้นตามระยะเวลาที่อยู่กันนาน เมื่อไรศาลตัดสินว่า การรักษาการอธิการบดี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย วันนั้น ก็จะเป็นวันที่ ฝูงวัวฝูงควาย จะเดินเข้าคุกเป็นแถวๆ เพราะตอนนี้ เอกสารต่างๆ ทั้งที่เป็นความจริงและเป็นความเท็จ ก็ได้ไปปรากฏ อยู่ที่ศาลอาญา ทุจริตและประพฤติมิชอบครบหมดเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น การที่จะมาแก้ไข หรือทำขึ้นใหม่ ก็จะหมดโอกาส เมื่อถึงเวลานั้น ก็จะเป็นเวลาที่จะต้องชดใช้กรรมเวรที่ชุมนุมโจร ได้ก่อกรรมทำเข็ญไว้กับมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์แล้วละครับ

…..

Leave a Reply

Your email address will not be published.