เรื่องสั้น หัวใจเปื้อนชอล์ก ตอน วิบากกรรม

hairings

จิปาถะ

เรื่องสั้น  หัวใจเปื้อนชอล์ก ตอน  วิบากกรรม

138

นางแต้มนั่งหลับตาซุกหน้าไว้ระหว่างขาทั้งสองข้าง ปล่อยให้ผมกระเซอะกระเซิงห้อยลงมาข้างหน้า ใจหดหู่กับเคราะห์กรรมที่นางกำลังเผชิญอยู่  บางครั้งจิตใจก็ดิ่งลงต่ำ ลงไปยังหุบเหวลึกที่ไม่รู้จักสิ้นสุด นานและนานจนเกือบจะขาดใจตาย  นางเอนตัวลงนอนขดคุดคู้อยู่ตรงนั้นอย่างสิ้นหวัง  เนื้อตัวสกปรกมอมแมมเพราะตั้งแต่ถูกจับยังไม่เคยอาบน้ำเลย  ไม่ต้องพูดถึงอาบน้ำหรอก  น้ำจะกินยังแทบไม่มี เนื้อตัวปวดแสบไปหมด แมลงวันที่แอบเข้ามาคอยตอมตามเนื้อตัวอย่างน่ารำคาญ นางรำพึงในใจ “ทำไมฉันต้องมาทุกข์ทรมานอยู่อย่างนี้  ฉันคงหมดแรงไปกับความร้อนและความหิวโหย” นางหลับตา ฝันถึงน้ำฝักบัวเย็นชื่นพุ่งลงมาเป็นสายและที่นอนอันอ่อนนุ่มในห้องแอร์เย็นฉ่ำ ความชอกช้ำระกำใจบีบน้ำตาให้ไหลเล็ดลอดเส้นตาหลับปิดสนิทออกมาจนได้ ความจริงอันน่ากลัวฟื้นคืนชีพขึ้นในสำนึกอย่างน่าขนพลองสยองเกล้า  มันน่าเข็ดขยาดเสียจริงๆ

139

แสงสว่างจากภายนอกส่องลอดรอยแตกของฝาผนัง สว่างพอจนทำให้นางสามารถหยิบจดหมายที่ซ่อนไว้ออกมาอ่านอีกครั้ง มันเป็นจดหมายของพ่อที่ส่งมาถึงนางก่อนที่จะถูกจับ   พ่อตำหนินางอย่างสาดเสียเทเสีย พ่อเขียนมาตอนหนึ่งว่า

“ลูกพ่อชักจะทำอะไรเลยเถิดไปกันใหญ่แล้ว ลูกคิดว่าลูกเห็น ลูกเข้าใจและทำอะไรถูกต้องไปทุกอย่างหรือ ไม่ใช่หรอก ความจริงแล้วลูกมองไม่เห็นและไม่เข้าใจอะไรเลย  ความเกลียดชังปิดบังตาของลูกทั้งสองข้าง  ลูกมองเห็นแต่ความผิดของคนอื่น แต่มองไม่เห็นความผิดของตัวเอง ถ้าเขาเป็นคนเลว แต่ถ้าลูกเป็นคนดีก็จะไม่มีเรื่องอะไรอย่างนี้

ใครกันล่ะ ไม่ใช่ลูกหรือ ที่รุกรานรังแกพวกเขา ก็พวกที่อาศรมไงล่ะ  ลูกขับไล่ไสส่งพวกเขาให้ไปอยู่ที่อื่น ทั้งๆที่พวกเขาอยู่ที่นั่นมาก่อนที่ลูกจะมาอยู่เสียอีก ลูกลองคิดดูซิว่า ลูกจะเจ็บปวดรวดร้าวใจแค่ไหน  ถ้ามีใครมารื้อบ้านที่ลูกและแม่ของลูกอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลที่หามาอ้างเพื่อจะเอาให้ได้  พ่อคิดว่าลูกก็คงจะไม่ยอมเหมือนกัน

140

ใครกันล่ะ ไม่ใช่ลูกหรือที่เรียกตัวผู้ใต้บังคับบัญชาให้กลับมาทั้งๆที่เขาไปช่วยราชการและต้องดูแลแม่ซึ่งเจ็บป่วย  เขาเป็นลูกคนเดียวและกำพร้าพ่อเหมือนกับลูก  ทำไมลูกถึงได้ใจไม้ไส้ระกำถึงปานนั้น

ใครกันล่ะ ไม่ใช่ลูกหรือ ที่เอาเรื่องทุนการศึกษาไปสู่ศาล ใครสอนให้ลูกเป็นนักค้าความนะ มันอัปรีย์จัญไรนะลูก นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่ลูกคอยจ้องแกล้งคนโน้นแกล้งคนนี้อีกสารพัด เพราะกลัวเขาจะดีกว่าลูก กลัวเขาจะมาแย่งตำแหน่งการงานของลูก และแน่นอน ลูกไม่เคยสนใจใครทั้งนั้น นอกจากตัวเอง และคิดว่าลูกทำถูกและโทษพวกเขาว่าทำผิดไปทุกเรื่อง ซึ่งเป็นเหตุให้พวกนั้นต่างพากันสาปแช่งลูก และก็พลอยสาปแช่งต่อมาถึงพ่อด้วย  ลูกอย่าคิดนะว่าคำสาปแช่งนั้นเป็นเรื่องบ้าๆบอๆไรสาระ  มันเกิดจากอำนาจจิตที่อาฆาตแค้น หลอมรวมกันเป็นหนึ่ง  จึงเป็นพลังจิตที่น่ากลัวมาก  น่ากลัวเกินกว่าที่จะจินตนาการได้

141

เห็นไหม  เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากที่ลูกบริหารงานไม่ได้เรื่องได้ราว  มีแต่ความผิดพลาด ซึ่งแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าลูกไม่เคยเห็นความเดือนร้อนของคนอื่นเขาเลย  เรื่องเช่นนี้พ่อไม่เคยทำ  พ่อไม่ได้สอนลูกอย่างนี้  รุ่นพ่อเรื่องแบบนี้ไม่เคยมี   กับผู้ใต้บังคับบัญชา พวกเราจะอยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง ทำงานกันอย่างสบายอกสบายใจ  มีความสุข แต่ตอนนี้ล่ะ เป็นอย่างไร ยุ่งกันไปหมด ทั้งแม่และน้องก็ต้องวุ่นวายกันไปด้วย  คิดผิดแท้ๆ

ลูกนั้นเปรียบเหมือนพ่อบ้าน ต้องรับผิดชอบ ลูกคิดว่าดีแล้วหรือที่สอนลูกๆให้ทะเลาะวิวาทกัน ต่อสู้กัน ตะโกนด่าเพื่อนบ้าน ส่วนแม่ของลูก เมื่อได้ยินแทนที่จะห้ามปรามกลับหัวเราะ นั่นถูกต้องไหม ไม่ถูกต้องเลย  พระพุทธองค์ทรงสอนว่าต้องมีเมตตาและอย่าเบียดเบียนกัน ถ้าใครมาพูดรุนแรงก้าวร้าวกับลูก จงนิ่งเฉยแล้วเขาจะรู้ทันทีว่าเขาผิด  และรู้สึกละอาย  เขาจะอ่อนโยนลงและหันกลับมาฟังลูก”

นางแต้มอ่านจดหมายด้วยน้ำตานองหน้า ตาแดงก่ำ รำพึงว่า “ลูกควรจะเชื่อพ่อตั้งแต่แรก พ่อรู้ดีทุกอย่าง  พ่อจ๋า ตอนนี้ลูกถูกจับมาขังไว้ จะทำอย่างไรดีจ้ะพ่อ ช่วยลูกด้วย”

………

Leave a Reply

Your email address will not be published.