จิปาถะ เรื่องสั้น โจรปล้นเงินเดือน (ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย)

วันจันทร์ที่  22  กุมภาพันธ์  2564

จิปาถะ  เรื่องสั้น โจรปล้นเงินเดือน (ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย)

22

“มีนา จัน ตะโกนมาแต่ไกลเมื่อเห็นคม หักศอก ยืนอยู่หน้าบ้าน “ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย …..ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยแน่นอน”

เมื่อมีนาจัน มาถึง คม หักศอก จึงเอ่ยขึ้นว่า “มันหมายความว่าอย่างไร ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอนน่ะ..พ่อนักประวัติศาสตร์”

“อ๋อ! มันหมายความว่าเหตุการณ์อย่างหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้ว และเมื่อเวลาผ่านไป เหตุการณ์แบบเดิมนั้นกลับมาเกิดขึ้นใหม่อีก เรียกว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”

“มันก็คงจะซ้ำง่ายซินะ เพราะประวัติศาสตร์นั้นมีรอยเยอะมาก  ไม่รู้ว่ารอยไหนเป็นรอยไหน ไม่ซ้ำรอยนี้ก็จะซ้ำรอยโนน เอาเป็นว่า วันนี้แกจะสื่ออะไรดีกว่า”

“แกเข้าใจตัดบทนะ คม หักศอก คือว่า วันนี้วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 สภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์จะประชุมกัน นัยว่าเป็นเรื่องการส่งชื่อนางแต้มเพื่อขอโปรดเกล้าฯเป็นอธิการบดีอีกเป็นสมัยที่ 2”

“มันจะได้หรือ? ส่งมาตั้ง 2 – 3 ครั้งแล้ว และนางก็มีคดีความอยู่เยอะมาก ส่งไปกระทราง อว. ก็ตีกลับคืน อยู่ดี”

“ใช่ ประเด็นอยู่ตรงนี้ต่างหาก  คือ ระหว่างที่เตรียมการส่งชื่อไปและรอการส่งกลับ ก็จะเป็นเวลาที่นางแต้มยังทำหน้าที่รักษาการอธิการบดีอยู่ และเมื่อกระทรวง อว. ส่งหนังสือตอบกลับมาว่าไม่สามารถนำชื่อนางแต้มเพื่อขอโปรดเกล้าฯได้ ทั้งสภาฯและนางแต้มก็จะเก็บหนังสือนั้นไว้ ไม่ยอมบอกใครเหมือนคราวที่แล้ว และอ้างกับประชาคมว่า กำลังรอโปรดเกล้าฯ” ทำแบบเดียวกับที่เคยทำมาแล้ว  การทำแบบนี้แหละ นางสามารถตีกินเป็นรักษาการอธิการบดีอยู่ได้ถึง 3  ปี

และคราวนี้ก็จะอยู่รักษาการอธิการบดีไปเรื่อยๆ อ้างว่า“รอโปรดเกล้าฯ”

“อ๋อ! นี่เอง ที่เรียกว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย  แล้วจะป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยได้อย่างไรล่ะ”

“เรื่องนี้พนักงานมหาวิทยาลัยต้องคิดเอง ทำเอง แก้ปัญหาเอง ครับผม”

“แล้วมาบอกตอนนี้จะได้เรื่องอะไร วันนี้ประชุม นางแต้มและสภาฯก็เตรียมการเรียบร้อยไปแล้ว”

“555 ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ นอกจากไม่ทำ และไม่มีอะไรที่สายเกินไป   เหมือนกินข้าวเช้า ตื่นตอนเช้าก็กินตอนเช้า  ตื่นตอนบ่ายก็กินตอนบ่าย ตื่นตอนเย็นก็กินตอนเย็น ไม่เห็นจะยากอะไร”

…..

Leave a Reply

Your email address will not be published.