จิปาถะ เรื่องสั้น โจรปล้มเงินเดือน (หมดสภาพ)

วันพฤหัสบดีที่  28 มกราคม  2564

จิปาถะ  เรื่องสั้น โจรปล้มเงินเดือน (หมดสภาพ)

28

วันนี้ วันที่  28 มกราคม  พ.ศ. 2564 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ปีชวดเป็นวันพระ เวลา 13.30 น. ศาลปกครองเมืองโคราชาฯจะพิพากษาคำอุทรธณ์ของนางแต้ม รักษาการอธิการบดีที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์  กรณีขาดคุณสมบัติการเป็นอธิการบดี เนื่องจากอายุเกิน 60 ปี  เป็นวันที่พนักงานมหาวิทยาลัยรอคอยกันมานานแสนนานอย่างอดทน ตามคำปราชญ์ที่ว่า “ความอดทนชนะทุกอย่าง” ด้วยความหวังอย่างเปี่ยมล้นว่าจะขับเสนียดจัญไรให้พ้นไป จากมหาวิทยาลัยฯเสียที ตามคำปราชญ์อีกเหมือนกันว่า “ความหวังไม่มีวันตาย”

วันนี้จะเป็นวันที่ท้องฟ้าแจ้งจางปาง หรือสว่างไสวจับใจจับตาอีกครั้ง และหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยสารขัณ์ จะต้องบันทึกเหตุกาณ์สำคัญนี้ไว้ ให้เป็นอุทาหรณ์ของคนที่นั่นต่อไป  จากนั้นก็จะลบจดหมาเหตุมหาวิทยาลัยฯที่มีแต่รูปนางแต้มรับรางวัลอะไรต่อมิอะไรไว้เป็นจำนวนมากนั้นออกไปให้หมด (เปิดดูซิครับ น่าเกลียดมาก)

และวันนี้ จะเป็นวัน “ชี้ตาย” นางแต้ม เพราะไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร ก็ไม่สามารถเยียวยาให้นางแต้ม จากอาการหมดสภาพแล้วให้กลับคืนดีขึ้นมาได้ สถานการณ์ตอนนี้ ถ้าเป็นการแข่งขันเกมหมากรุกฝรั่ง (Chess) เกมนี้นางแต้มจะจนหรือแพ้ในอีก 3 ตาเดินเท่านั้น เพราะ

1. กรณีการละเมิดพระบรมฉายาลักษณ์  เรื่องนี้เรื่องเดียวนางแต้มก็หงิก เป็นอะไรไม่ได้อีกแล้ว นอกจากเป็นหมา

2.กระทำความผิด เป็นรักษาการอธิการบดีที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย เกินกว่าที่กฏหมายกำหนด 180 วัน ซึ่งผู้สันทัดกรณีให้ความเห็นเสริมว่า “เรื่องการรักษาการอธิการบดีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจะทำให้ติดคุกพวงใหญ่เลย เพราะกฤษฎีกาได้ตีความแล้วว่ารักษาการได้180วันเท่านั้นเมื่อครบ180วันแล้วต้องเปลี่ยน ดังนั้นตั้งแต่16 กย.2560 เป็นต้นมาถือว่าไปชอบด้วย กม.จึงทำให้ทั้งนายกสภาและกก.สภาม.สารขัณฑ์ ติดคุกพร้อมหน้าพร้อมตากัน น่าสนุกจังเลย ได้ไปปรึกษากันในคุกต่อ

3.กรณีฟ้องหมิ่นประมาทผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวน 2 คดี รวม 16 คน นั้นนางแต้มมีเจตนากลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างชัดเจน  คดีมีลักษณะคล้ายคลึงกับคดีของ ผอ.โรงเรียนสารพัดช่าง จ.นราธิวาส ที่กลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชาและถูกศาลอาญาสั่งจำคุก 2 ปี เรื่องนี้ผู้สันทัดกรณีให้ความเห็นว่า “นางแต้มมีความผิดในฐานกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา ติดคุกคนเดียวก็เหมาะสมแล้ว แต่กลับทำให้กรรมการบางคนที่นำเอกสารแจ้งกรรมการสภาไปให้นางแต้มฟ้องคดีพลอยติดคุกไปด้วยเพราะความไม่รู้หรืออยากจะเอาหน้าหรือว่าเพราะเกลียดชังพนักงานมหาลัยทั้ง7คน จึงไม่รู้ว่าจะสงสารหรือดีใจ(สมน้ำหน้า)กับกรรมการเหล่านั้นดี”

เท่าที่ยกความผิดของนางแต้มมาให้เห็นก็หนักแล้ว แต่ยังมีกรณีอื่นๆอีกเป็นอันมาก เช่น คดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่ศาลอาญาคดีทุจริตที่เมืองประทายสมันต์ ซึ่งจะพิพากษาเร็วๆนี้  กรณีปล้นเงินเดือนพนักงาน 1.5/1.7  กรณีขนดินถม ออกจากมหาวิทยาลัย ฯลฯ  ซึ่งแต่เรื่องมีแต่หนักๆถึงเข้าคุกเข้าตะรางทั้งนั้น น่าเวทนาจริงๆ  เพราะเรื่องทั้งหมดเกิดจากความผยองของนางแท้ๆ

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.