จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (ทนายในคุก)

จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน  (ทนายในคุก)

9

ถึงวันนี้ เสียง คุก คุก คุก ก็ยังคงดังก้องไป ทั้งในมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ และช่วบ้านร้านตลาดทั่วไป  คาดการณ์กันว่า ชาวเมืองสารขัณฑ์ส่วนใหญ่จะรู้แล้วว่า มหาวิทยาลัยของพวกเขามีรักษาการอธิการบดีเถื่อน แต่ที่ชาวเมืองไม่รู้ก็คือ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

มีเสียงบอกว่า “มันเกิดขึ้นเพราะทั้ง นางแต้ม นายกสภาฯ และกรรมการสภามหาลัยสารขัณฑ์เป็น คนซื่อบริสุทธิ์ราวกับทารกเกิดใหม่ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร  นางแต้มนั้นซื่อบริสุทธิ์ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อตนเองนั้นไม่มีคำสั่งแต่งตั้ง นั้นหมายความว่า หมดหน้าที่ นายกสภานั้นซื่อบริสุทธิ์ เพราะเมื่อรู้ว่าไม่ได้แต่งตั้งนางแต้มให้รักษาการ ก็ไม่มีปัญญาจะทำอย่างไร ส่วนพวกกรรมการสภาฯก็ซื่อบริสุทธิ์ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร แล้วคุกเท่านั้นที่จะกักขังผู้ซื่อบริสุทธิ์ เหล่านั้น

แต่ยังมีกลุ่มผู้ซื่อบริสุทธิ์อีกกลุ่มหนึ่ง คือ (ก.อ.ม.) ย่อมาจาก คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ ก็จะร่วมติดคุกไปกับเขาด้วย 

ดังผู้สันทัดกรณีให้ทัศนะว่า “เมื่อได้ยินเสียงไอดัง คุก คุก คุก แล้ว ก็ให้คิดถึง คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ (ก.อ.ม.)ของมหาวิทยาลัย สารขัณฑ์ ขึ้นมาทันที เนื่องจาก อาจจะติดหวัด จากคนใดคนหนึ่ง ในกรรมการสภามหาวิทยาลัย สารขัณฑ์ แล้วลามเข้ามาและจะรักษาไม่หายเนื่องจากได้กระทำผิดกฏหมายและข้อบังของมหาวิทยาลัยและ ป.อาญา มาตรา 157 ดังนี้

1.ก.อ.ม. จะต้องพิจารณา คำอุทธรณ์และร้องทุกข์ให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน หาก ยังไม่แล้วเสร็จ ก็ขออนุญาตขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 30 วัน

2. เมื่อผลการพิจารณาเป็นอย่างไร ก็ให้แจ้งอธิการบดีทราบ

3. เมื่ออธิการบดีทราบมติของ ก.อ.ม.แล้ว จะต้องปฏิบัติตามมติดังกล่าวโดยเร็ว แต่ปรากฏว่า ก.อ.ม. และรักษาการอธิการบดีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และสภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ไม่ได้ดำเนินการตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์แต่อย่างใด กล่าวคือ

1.ก.อ.ม.ได้ มีมติ ไป 2 ครั้งโดยที่มติ ทั้ง 2 ครั้งไม่ตรงกัน

2. มติครั้งที่ 1 ให้รักษาการอธิการบดียัายผู้ร้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งเดิมและการลงมติอยู่ในกรอบเวลาที่ข้อบังคับกำหนดให้

3. มติครั้งที่ 2การย้ายบุคคลากรเป็นอำนาจของอธิการบดีเห็นสมควรและที่ตำแหน่งเดิมไม่มีสถานะเป็นหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยและไม่มีกรอบอัตรากำลังและการลงมติอยู่ในระยะเวลาเกินเวลาที่ข้อบังคับกำหนด และหลังจากมติครั้งที่ 1 ประมาณ 1 ปีเศษ

4. ประธาน ก.อ.ม. ได้แจ้ง มติครั้งที่ 1 ให้ รักษาการอธิการบดีที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายทราบเพื่อปฏิบัติตามมติ

5. เมื่อรักษาการอธิการบดีที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายได้รับทราบมติครั้งที่ 1 แล้วก็ไม่ปฏิบัติตามมติของ ก.อ.ม.แต่อย่างใดกลับมีความเห็นแย้งไปที่ ก.อ.ม.

6. เมื่อประธาน ก.อ.ม. ได้รับความเห็นแย้งจากอธิการบดีจึงได้นำเรื่อง ไปขออนุญาตขยายเวลาต่อสภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์

7. สภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ได้ มีมติให้ขยายเวลา ในการพิจารณา ตามที่ ก.อ.ม.เสนอซึ่งขัดกับ ข้อกฎหมายที่ให้ ก.อ.ม. ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน ไม่เกิน 90 วัน

8. ประธาน ก.อ.ม.จึงได้นำเรื่องมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่า มติ ครั้งที่ 2 แตกต่างจากมติครั้งที่ 1 ซึ่งถือว่ามติครั้งที่ 2 เป็นโมฆะ เพราะมาพิจารณานอกกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดให้

9.ประธาน ก.อ.ม.ได้แจ้งมติครั้งที่ 2 ให้อธิการบดีและผู้ร้องอุทธรณ์รับทราบ

10. รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ได้นำเอกสาร ที่ประธาน ก.อ.ม. แจ้งมติครั้งที่ 2 ไปเป็นหลักฐาน แสดงต่อ ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งถือว่าเป็น เอกสารอันเป็นเท็จสรุปแล้ว ผู้ที่จะต้องนั่งไอ เสียง ดัง คุก คุก คุก มีหลายคนดังนี้

1 รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งบุคคลากรที่ตนเองไม่พอใจและ ได้เอาเอกสารอันเป็นเท็จไปแสดงต่อศาล อาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ

2. ประธาน ก.อ.ม.สารขัณฑ์ ที่ลงนามในหนังสือแจ้งมติ 2 ครั้งไม่ตรงกันในสาระสำคัญ

3.กรรมการ ก.อ.ม. ที่เห็นชอบ ในการลงมติ ครั้งที่ 2

4. นายกสภา และกรรมการสภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ที่ลงมติ ขยายเวลา ให้ ก.อ.ม. พิจารณาการอุทธรณ์ เกินเวลา ที่กฎหมายได้กำหนดไว้

เสียงไอดังคุก คุก คุก…….คงคล้ายกับวงนักร้องประสานเสียงวงใหญ่แน่นอนครับ

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.