จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน “สายไปเสียแล้ว”

วันอังคารที่ 12 มกราคม  2564

จิปาถะ  เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (สายไปเสียแล้ว)

12

ข่าวกรณี ส.ส.ปาวีณา ไกรคุปต์ ไปแจ้งความดำเนินคดี ทนายอนันต์ชัย ฐานหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา และพร้อมที่จะฟ้องคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท กรณีที่มีการโพสต์ข้อความนั้น

ศรีสุวรรณ จรรยา ได้โพสต์ใน facebookc ส่วนตัว เตือน ปาวีณา ความว่า

“-เห็นข่าวว่าไปแจ้งความ ทนายอนันต์ชัย ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตาม ปอ.มาตรา 328 พร้อมจะฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ตาม ป.พ.พ.มาตรา 423 กรณีที่มีการโพสต์ประเด็นเรืองออทิสติกนั้น

 -ผมเห็นว่าเรื่องพรรค์นี้ไม่ควรต่อความยาว สาวความยืด ให้เป็นเรื่องรกโรงรกศาลนะครับ และอย่าคิดนะครับว่า คิดจะแจ้งความเอาผิดใครแล้วเรื่องจะจบง่าย ๆ เพราะอาจถูกฟ้องกลับได้ เพราะตาม ปอ.มาตรา 329 เขาบัญญัติไว้ว่า

         ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริตผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท อาทิ

        (*) เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม และ

        (**) ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ

         -เห็นว่าทนายอนันต์ชัย แสดงความเห็นในโพสต์ในฐานะพ่อที่มีลูกเป็นออทิสติก อาจถือได้ว่าเป็นการป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ฯลฯ ซึ่งโอกาสที่ศาลจะยกฟ้องก็มีอยู่สูง

          -แต่ถ้าศาลยกฟ้อง คุณอาจจะถูกเล่นงานกลับตาม ปอ.มาตรา 172 ได้ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หรืออาจเข้าข่ายฟ้องเท็จ ตาม ปอ.มาตรา 175 ก็ได้ ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา หรือว่ากระทำความผิดอาญาแรงกว่าที่เป็นความจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

           สู้เอาเวลาไปแก้ต่างในคำร้องเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรม 2561 หรือประมวลจริยธรรม 2563 หรือเอาเวลาไปเตรียมสู้คดีในข้อกล่าวหาตาม ม.54 ม.72 พรบ.ป่าไม้ 2484, ม.14 ม.72 พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 และ ม.31 ประมวลกฎหมายที่ดิน จะดีกว่านะครับ”

จากความคิดเห็นของศรีสุวรรณ จรรยา ที่เตือน ส.ส.ปาวีณา นี้ น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจ นางแต้มรักษาการอธิการบดีที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ด้วย เพราะรูปคดีมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน  คือ นางแต้มได้ฟ้องผู้ใต้บังคับบัญชาในข้อหาหมิ่นประมาทถึง 2 คดี คือ คดีที่พนักงานมหาวิทยาลัย จำนวน 9 คน เขียนป้ายประกาศว่าพวกเขาไม่ต้องการอธิการบดีที่ไม่มีธรรมาภิบาล และ คดีที่พนักงานมหาวิทยาลัยจำนวน 7 คน ทำหนังสือถึงนายกสภามหาวิทยาลัย ให้นางแต้มหยุดปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากเป็นรักษาการอธิการบดีที่ไม่มีคำสั่งแต่งตั้ง ทั้งสองคดีอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งนางแต้มมีโอกาสที่จะแพ้คดีได้ และจะโดนฟ้องกลับ ตาม ปอ.มาตรา 172 และ 175  ด้วย.

คำเตือนของศรีสุวรรณ จรรยาอาจจะเปิดโอกาสให้คุณปาวีณา ได้ทบทวนอีกครั้งก่อนตัดสินใจ แต่ในกรณีของนางแต้มนั้น บอกได้คำเดียวว่า “สายไปเสียแล้ว”

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.