จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (ผลกรรม)


วันศุกร์ที่ 8 มกราคม  2564

จิปาถะ  เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (ผลกรรม)

8

จากระเบียบกองทุนสวัสดิการพนักงานมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ที่นำเสนอติดต่อกันมาหลายวัน ได้ชี้ให้เห็นถึงความคับแคบของผู้บริหารมหาวิทยาลัย ที่ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของบริษัท (เป็นลูกจ้าง

เหมือนกันแต่หลงผิดคิดว่าเป็นเจ้าของ ) และมองพวกเราอยู่ในฐานะลูกจ้างของบริษัท อยากจะให้อะไรก็ได้ ไม่อยากให้ก็ได้ พวกเราจึงเหมือนหุ่นยนต์ที่มีแต่ปาก พูดอะไรไม่ได้ เขาให้กินแค่ไหนก็กินแค่นั้น  ไม่อยากกินก็ให้ไปอยู่ที่อื่น ซึ่งผู้บริหารที่มีความคิดคับแคบแบบนี้ ต้องเอาคำด่าโบราณของหมอบรัดเลย์มาด่าให้แสบก้น และไม่ควรจะเอาไว้รกบ้านรกเมือง  ให้รีบจัดการเฉดหัวไปให้พ้น ทั้งรักษาการอธิการบดีที่ไม่ชอบด้วกฏหมาย (เถื่อน) รวมทั้งสภาฯชุดนี้ทั้งหมดซึ่งไม่ชอบด้วยกฏหมายด้วย (เถื่อนเหมือนกัน) เพราะได้รับการแต่งตั้งมาจากรักษาการอธิการบดีเถื่อน จึงเถื่อนไปด้วยกัน พวกเราก็อยู่กับคนเถื่อน ถ้าไม่รีบขจัดพวกนี้ให้พ้นไป ไม่ช้าพวกเราก็จะกลายเป็นคนเถื่อนไปกับพวกมันด้วย

มีเสียงถามว่า  ทำไมนางแต้มถึงได้เป็นคนแบบนั้น ทั้งหน้าด้าน หน้าทน โหดเหี้ยม กักขฬะ คำตอบก็คือ นางเป็นคนอารมณ์รุนแรง โมโหร้าย และอาฆาตแค้น และสิ่งเลวร้ายต่างๆบรรดามี หลอมรวมอยู่ในตัวนาง  มันถูกฝังลึกมาตั้งแต่นางยังเป็นเด็ก ซึ่งไม่มีทางแก้ได้ มันเป็นผลของกรรม ที่จะต้องเป็นอย่างนั้น เป็นเหตุเป็นผลว่า ทำไมนางจึงไม่กลัวเกรงอะไรทั้งสิ้น แม้แต่คุกตะราง เพราะนางรู้อยู่แล้วว่า นั่นคือสถานที่นางจะต้องไปอยู่ มันเป็นความปรารถนาที่เกิดจากความไม่รู้

เนื่องจากนางก็คือนาง สุดท้ายเมื่อถึงวันที่ศาลฯพิพากษาว่านางผิด นางก็จะเชิดหน้ายืดอกรับความผิดอย่างที่มนุษย์ควรทำ คือ“ฉันยอมรับมัน  เพราะฉันทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพอย่างนี้ และจะแบกรับมันไว้..ฉันจะจบบทบาทของตัวเองตรงนั้น และเดินตามเจ้าหน้าที่ไป ฉันอาจจะหันมามองหน้าเหยื่อที่มาฟังคำพิพากษาของฉัน  ฉันอยากบอกพวกเขาว่า นี่ ฉันขอโทษนะ ฉันไม่สามารถนำสิ่งที่พวกท่านสูญเสียกลับคืนมาได้ ขอให้พวกท่านเริ่มต้นใหม่ ลืมความเจ็บปวดในอดีตเหล่านั้นเสีย และก้าวเดินไปข้างหน้าต่อไป ส่วนฉันก็จะอยู่ในที่ที่ฉันควรอยู่ ฉันทำเรื่องที่ผิด และฉันจะต้องรับผลจากการกระทำนั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published.