จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (ว่ากันเป็นเรื่องๆไป 2.3)

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564

จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (ว่ากันเป็นเรื่องๆไป 2.3)

6

ตอนนี้ก็มาถึงตอนสำคัญ คือ เงินสมทบกองทุนเลี้ยงชีพ (3) เงินสมทบกองทุนเลี้ยงชีพ คือ เงินที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งตั้งขึ้น เพราะเห็นความสำคัญของบุคลากรซึ่งได้แก่พนักงานมหาวิทยาลัยทั้งสาย ก,ข,และค เพื่อจะได้มีเงินออมไว้สำหรับใช้จ่ายหลังจากเกษียณอายุราชการ, ออกจากงาน หรือทุพพลภาพ หรือเพื่อเป็นหลักประกันให้แก่ครอบครัว เงินกองทุนนี้ทั้งมหาวิทยาลัยและพนักงานมหาวิทยาลัยสมัครใจร่วมกันก่อตั้ง โดยเงินกองทุนจะมาจากเงินที่พนักงานจ่ายเข้ากองทุนเพื่อตนเองส่วนหนึ่งเรียกว่า “เงินสะสม” ซึ่งตามกฏหมายกำหนดให้สะสมได้ ตั้งแต่ 2 – 15% ของเงินเดือน และเงินทิ่มหาวิทยาลัยจะจ่ายให้อีกส่วนหนึ่งเรียกว่า “เงินสมทบ” ซึ่งกฎหมายกำหนดให้สมทบในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของพนักงาน”” “มหาวิทยาลัยหลายแห่งเขาทำกันอย่างนี้”แต่ที่มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์นั้น เงินสมทบกองทุนเลี้ยงชีพ ไม่ได้แยกออกมาต่างหาก ทำรวมไว้กับกองทุนสวัสดิการพนักงานมหาวิทยาลัย โดยหักไว้ 3 % ของเงินเดือน 1.5/1.7 ส่วนนายจ้าง หรือมหาวิทยาลัยจะจ่าย “เงินสมทบ” ให้ 3% ซึ่งนำมาจากกองทุนฯ แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ใจคอคับแคบมาก เขียนไว้ให้ดูดีเท่านั้น เพราะเท่ากับมหาวิทยาลัยไม่ได้จ่ายอะไรเลย มหาโจรจริงๆ ท่านอยากรู้ไหมว่าใครเขียนระเบียบนี้ ถ้าอยากรู้ ถามไอ้เวรตะไล Kovid ดูได้เลย(7) เงินบำเหน็จหรือรางวัลของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ปฏิบัติงานดีเด่น และมีระยะเวลาปฏิบัติราชการมานานกว่า 10 ปี จากที่นำเสนอมา สรุปได้ว่า เมื่อพนักงานมหาวิทยาลัยเกษียณอายุราชการ พนักงานฯจะได้รับเงิน 2 ยอด คือ (1) เงินสมทบกองทุนเลี้ยงชีพ จะได้รับ 3% ของเงินเดือนที่ท่านสะสมไว้ทุกเดือนของเงินกองทุนสวัสดิการฯ และมหาวิทยาลัยจะจ่ายสมทบให้อีก 3% จากกองทุนสวัสดิการฯ ซึ่งเป็นเงินที่หักจากเงินเดือนของท่านนั่นเอง ปัญหาอยู่ที่ว่า กว่าท่านจะเกษียณ สตง. อาจเรียกคืนไปหมดแล้ว (ชวด)(2) เงินบำเหน็จหรือรางวัลของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ปฏิบัติงานดีเด่น และมีระยะเวลาปฏิบัติราชการมานานกว่า 10 ปี มหาวิทยาลัยจะจ่ายให้ 10-15 เท่า ของเงินเดือนสุดท้าย ซึ่งก็มาจากเงินกองทุนสวัสดิการฯอีกนั่นแหละ สุดยอด ไอ้เห้เอ้ย! คิดได้ไง

…..

Leave a Reply

Your email address will not be published.