จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (อภัย)

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (อภัย)

2

ค่ำคืนหนึ่ง มีนา จัน และคม หักศอก นั่งสนทนากันอยู่รอบกองไฟ เหล่าแมลงกลางคืนเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะแมลงเม่า พากันบินพุ่งเข้าหากองไฟ ปีกไหม้ ขาหลุดร่วง นอนหงายท้องดิ้นกระแด๋วๆดับดิ้นสิ้นใจ กลายเป็นเถ้าถ่านไปในฉับพลัน แบบเดียวกับนักพลีชีพก่อการร้ายคม หักศอก ถรมีนา จันว่า “ทำไมแมลงเม่าและแมลงกลางคืนเหล่านี้ จึงไม่กลัวไฟแต่อย่างใด จนเกิดสุภาษิตไทยว่า “แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ”มีนา จัน ตอบว่า “ความจริงแมลงเม่าหรือแมลงกลางคืนอื่นๆ มิได้เป็นนักพลีชีพ หรืออยากจะทำร้ายตัวเองแต่อย่างใด แต่แมลงพวกนี้หากินในเวลากลางคืนที่ใช้แสงจันทร์ช่วยในการเดินทาง เป็นพฤติกรรมการเคลื่อนที่เข้าหาแสง หรือเป็นสัญชาติญาณทางธรรมชาติของแมลงที่หากินตอนกลางคืนนั่นเอง แต่เมื่อแมลงเหล่านี้เห็นแสงไฟที่สว่างกว่า เช่น กองไฟ หรือแสงจากหลอดไฟ ทำให้พฤติกรรมหรือสัญชาติญาณทางธรรมชาติของแมลงผิดเพี้ยน หรือ “หลงผิด” มันจึงพุ่งเข้าหาแหล่งกำเนิดแสงใหม่จนตัวตาย”คม หักศอก ร้อง “อ๋อ ! มันเป็นอย่างนี้นี่เอง” ฉะนั้น นางแต้มของเรา หรือรักษาการอธิการบดี ที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ คงเป็นแบบเดียวกับแมลงเม่า คือ แต่ก่อนก็เป็นปกติดี แต่เมื่อมีอำนาจ มีตำแหน่ง เงินทองไหลมาเทมา จึง “หลงผิด” คิดว่าอำนาจวาสนา ตำแหน่งและเงินตรานั้น เป็นสิ่งจีรังยั่งยืน ตายแล้วสามารถนำติดตัวไปด้วยได้ เป็นพฤติกรรมที่ผิดเพี้ยน และได้พาพวกพ้อง ทั้งนายกสภาฯ กรรมการสภามหาวิทยาลัยฯ และพวกลิ่วล้อของนาง มีพฤติกรรมผิดเพี้ยนไปด้วย จึงพากันพุ่งเข้ากองไฟ (คุก) แบบนักพลีชีพ โดยไม่เข้าใจว่า การร่วมมือกับนางแต้มทำร้ายผู้อื่นนั้นเป็นการทำร้ายทั้งตัวเอง ลูกเมีย และญาติพี่น้อง ช่างน่าสมเพช จริงๆ ที่เป็นได้แค่แมลงเม่า”“มีเสียงจากกองไฟ แหบแห้งและแผ่วเบา” มีนา จัน อ้าปากค้าง“โปรดอภัย! อภัยให้พวกเราด้วย พวกเราผิดไปแล้ว อภัยให้พ่อแม่ ลูกเมีย และญาติพี่น้องของเราด้วย อย่าให้พวกเขาต้องร้อนใจเลย ถ้าย้อนเวลาได้ พวกเราจะไม่ทำแบบนี้เป็นอันขาด”ทั้งมีนา จัน และ คม หักศอก สบตากัน ลุกขึ้นอย่างเร็ว เผ่นแนบ! ไม่เหลียวหลังไปคนละทิศละทาง

Leave a Reply

Your email address will not be published.