จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ)

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ)

4

1.เรื่องจริง : เรื่องมีอยู่ว่า นางศิริรัตน์ แซ่ตั้ง ภรรยานายชูวงค์ แซ่ตั้ง หรือเสี่ยจืด อดีตผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็นโจทก์ฟ้องนายชาญศักดิ์ ธนเตชา กรรมการผู้มีอำนาจบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า จำกัด (ประเทศไทย) เป็นจำเลย ในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานสอบสวนคดีอาญากรณีนายชาญศักดิ์ได้ให้ปากคำแก่คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ เมื่อปี 2558 ที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย หลายสมัย อ้างว่า ขณะขับรถกลับจากการรับประทานอาหารมากับนายชูวงษ์ รถเกิดอุบัติเหตุชนต้นไม้ จนนายชูวงษ์เสียชีวิต มีการจงใจให้การเท็จช่วยเหลือ พ.ต.ท.บรรยิน เพื่อให้เวลาออกจากสนามกอล์ฟใกล้เคียงกับเวลาเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ และใกล้เคียงกับเวลาตายมากที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไขว้เขว สับสน โดยหากไม่สามารถหาหลักฐานอื่นมายืนยันได้ ก็จะทำให้ พ.ต.ท.บรรยิน พ้นความผิด เหตุฆาตกรรมนายชูวงษ์ได้ศาลสอบคำให้การนายชาญศักดิ์ จำเลยแล้ว ให้การรับสารภาพ ศาลเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาจำคุก 2 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 (แก้ไข) จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบคำรับสารภาพ ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการกักขังแทน 1 เดือน2.เรื่องแต่ง: กรณีนายกสภาฯ และกรรมการสภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ร่วมมือกับนางแต้ม รักษาการอธิการบดี ที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ใช้เอกสารของทางราชการอันเป็นหลักฐานเท็จ แสดงต่อศาลเพื่อฟ้องอาญาผู้ใต้บังคับบัญชา อันเป็นการกระทำทุจริต ซึ่งจะต้องได้รับโทษ ตามมาตรา 172 “ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” หรือได้รับโทษตามมาตรา 177 ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือตามมาตรา 180 ผู้ใดนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ถ้าเป็นพยานหลักฐานในข้อสำคัญในคดีนั้นต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดี อาญาผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นสี่พันบาทข้อสอบ: กรณีนางแต้ม นายกสภา และกรรมการสภา ฯลฯ จะมีความผิดตามมาตราใดก.ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาข.ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีค.ผู้ใดนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ถ้าเป็นพยานหลักฐานในข้อสำคัญง. ถูกทุกข้อจ. ผิดทุกข้อที่ว่ามาทั้งหมดนี่ ไม่ได้ “ขู่” นะจะบอกให้ ….

25Ni Pon, La Ph และคนอื่นๆ อีก 23 คนความคิดเห็น 7 รายการแชร์ 1 ครั้งถูกใจแสดงความคิดเห็นแชร์

Leave a Reply

Your email address will not be published.