จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (ผิดด้วยหรือ)

จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (ผิดด้วยหรือ)


21
คม หักศอก บอกมีนา จัน ว่า ในขณะที่ จิปาถะ เรื่องสั้น กำลังบุกถล่ม สภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ เพื่อให้นางแต้มหยุดปฏิบัติหน้าที่ รักษาการอธิการบดีเถื่อน ด้วยข้อมูลหลักฐานที่ดิ้นไม่หลุด จนเป็นเหตุให้ท่านสุชี๋ นายกฯต้องแอบมานอนกบดานเลียแผลอยู่ที่โรงแรม“พิมานบรมเมฆ”ก่อนการประชุมสภาฯสมัยวิสามัญหลายวัน และในขณะเดียวกันนางแต้มก็หลบเดินสายเข้าหานักการเมือง ผู้มีบารมีทั่วไป และไม่เว้นแม้กระทั่งพระสงฆ์องคเจ้า เพื่อแก้เกมวิบากนี้
ก็ปรากฏว่าได้มีสุภาพสตรีท่านหนึ่ง ส่งคำถามที่คิดว่าเจ็ง ทำนองว่า “ผิดด้วยหรือ” กับท่านเรวัตร ทำให้บรรยากาศที่ชุ่มฉ่ำเจิ่งนองไปด้วยน้ำจากพายุโนอึล กลับร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น เพราะแฟน fc ต่างลุ้นอยู่หน้าจอดูว่า ท่านเรวัตร จะตอบหรือไม่ และจะตอบว่าอย่างไร ?
แล้วไม่นานเกินรอก็มีคำตอบที่มีแฟน fc อ่านแล้ว ถึงกับอุทานว่า “โอ! เจ็บมาก คงนอนหนาวไปหลายวัน..555”
คม หักศอก บอกมีนา จันว่า อ่านเอาเองเถอะ เล่าให้ฟังอาจขาดรสชาติ
ถาม : เพิ่งหัดแต่งเรื่องสนุกๆ มา อยากให้ท่านเรวัตร ช่วยวิจารณ์ด้วยค่ะ เรื่องมีอยู่ว่ากรรมการสภาแห่งมวลชนนกทั้งหลายได้รับหนังสือ จากนกหลายตัว ซึ่งมีการลงทะเบียนสำหรับจดหมายและผู้ส่งได้ลงชื่อจริงเพราะเป็นจดหมายลงทะเบียน กรรมการสภานกทุกท่านได้รับตั้งแต่กลางเดือนไม่เกินวันที่ 15 บางท่านผู้ส่งๆไปที่ทำงาน บางท่านผู้ส่งๆไปบ้าน ผู้ที่ได้รับจากที่ทำงาน เลขาหน้าห้องก็เปิดอ่านเพื่อนำเสนอ เมื่อผู้ได้รับจดหมายก็งงว่าเค้าส่งมาทำไม ได้พูดคุยกันว่าใครได้รับบ้าง จดหมายที่ได้รับเป็นการส่วนตัวไม่ใช่หนังสือราชการ พอปลายเดือนมีการประชุมกรรมการสภาของเหล่านกทั้งหลาย มีวาระเข้าประชุมต่างๆหนึ่งในวาระเป็นเอกสารเดียวกันกับที่ส่งให้ก่อนหน้านี้ ซึ่งกรรมการทุกท่านได้อ่านแล้ว
นิทานที่แต่ง อยากให้ท่านเรวัตรช่วยวิเคราะห์ว่าผู้ได้รับผิดหรือค่ะเรวัตร เมฆจั่น
ตอบ : ขอบคุณมากครับ ถ้าเป็นกรรมการสภาแห่งมวลชนนก ซึ่งไม่ได้กำหนดคุณสมบัติ ว่าจะต้องเป็นมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านสาขาหนึ่งสาขาใดเอานกโง่ๆมาเป็นก็ได้ (น่าจะใช้วิธีจับฉลากหรือเอาแค่หน้าตาพอ) และไม่จำเป็นต้องรู้กฎหมายกฎระเบียบใดๆ อยากจะปรึกษาอะไรอยากจะคุยอะไรอยากจะ เอาเอกสารไปให้ใคร ทำได้ทุกอย่าง ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย
ขอนอกเรื่องสำหรับผู้ที่ไม่รู้ เรื่องเกี่ยวกับสภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ อีกสักนิด เพื่อ จะได้ไม่ต้องมีคำถามเข้ามาอีก คือถ้าหากขึ้นชื่อว่า เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัย สารขัณฑ์ มหาวิทยาลัย ลิกอร์หรือมหาวิทยาลัยตักสิลา ผู้ที่มาเป็นกรรมการสภาฯ ต้องมีกฎหมาย กำหนดถึงคุณสมบัติ และอำนาจหน้าที่ไว้ชัดเจน ว่าจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ในด้านสาขาต่างๆ รวมทั้งกรรมการที่เป็นโดยตำแหน่ง และกรรมการที่ได้รับการสรรหามา จากตัวแทน คณาจารย์ เป็นต้น ซึ่งคนเหล่านี้ ยอมอ่านหนังสือออกและเขียนหนังสือได้ บางคนเป็นถึงศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ หรือจบปริญญาเอกมา ย่อมจะรู้สถานะ ของตนเองว่าต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ อะไรบ้าง ยกเว้น อาจจะมีบางคน ที่ฉลาดน้อย หรือปัญญาอ่อน หลงเข้ามาเป็น หรือจับฉลากเข้ามา จนไม่รู้ว่า การที่บุคลากร มีหนังสือมาถึง ตนเอง ในฐานะอะไร และส่งมา มีวัตถุประสงค์อะไร เพราะในหนังสือ ก็มี เรื่อง อะไรชัดเจน เรียนใคร เขาระบุว่ากรรมการสภาฯแล้ววงเล็บชื่อ เนื้อหาใจความ ในหนังสือก็เขียนชัดเจน ว่าให้ ประชุมเพื่อลงมติ ให้รักษาการอธิการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หยุดการปฏิบัติหน้าที่ หน้าซองก็เขียนชื่อแล้ววงเล็บกรรมการสภามหาวิทยาลัยไว้ข้างล่างชื่อและสถานที่อยู่ก็ระบุตามที่แจ้งไว้ในประวัติกรรมการสภา ถ้า กรรมการสภามหาลัยสารขัณฑ์ ยังไม่เข้าใจอีก ก็ควรจะถามนักการภารโรง หรือเจ้าหน้าที่ขับรถที่อยู่ใกล้ๆ น่าจะได้รับคำอธิบาย ที่ชัดเจนทำให้เข้าใจได้ ไม่ยากจนต้องเสียเวลาไปปรึกษา กับใครที่ไหนเลย นอกจากคุยกับกรรมการสภาด้วยกัน ให้ขายหน้า ขายตา มหาวิทยาลัยนั้นๆ และมติคณะรัฐมนตรี ก็ได้กำหนดว่า ให้ปกปิด ชื่อผู้ที่ร้องทุกข์ และคุ้มครอง ผู้ที่ร้องทุกข์ ไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนอันตรายจากการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว นอกจากไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีแล้วยังกลับเอาเอกสารไปให้ผู้ถูกกล่าวหาเป็นหลักฐานฟ้องหมิ่นประมาทบุคลากรทั้ง 7 คนและ ถ้าคนที่ได้รับหนังสือแล้ว ยังไม่เข้าใจ ในวัตถุประสงค์ ของผู้เขียนร้องทุกข์อีก ก็ไม่สมควรที่จะเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยได้แล้ว เพราะบุคลากรทั้ง 7 คน คงไม่เสียสติ ที่จะทำจดหมายถึง คนบ้าหรือคนเสียสติ ให้เสียเวลาเป็นแน่แท้
ดังนั้นถ้าเป็นสภามวลชนนก จะทำอะไรก็ได้ ไม่ผิด แต่ถ้าเป็นสภา มหาวิทยาลัย กรรมการสภา ต้องรู้กฎระเบียบ รู้กฎหมาย เกี่ยวกับการจัดตั้งมหาวิทยาลัยนั้นๆ ว่าบัญญัติ อำนาจหน้าที่ไว้อย่างไร รู้ว่าวินัยข้าราชการ เขาบัญญัติไว้ว่าอย่างไร รู้ว่ามติคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และเจ้าพนักงาน ต้องปฏิบัติตาม ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ก็ผิดกฎหมาย มีโทษทั้งทางวินัยและทางอาญา คือ ทั้งปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ และติดคุกตามลำดับ ไม่เว้นผู้ที่เกษียณราชการไปแล้ว หรือยังไม่เกษียณราชการ เพราะท่านเป็นเจ้าพนักงาน”
นอกจากนั้น ท่านเรวัตร ยังได้เสริมอีกว่า
ขอโทษที่ลืมวิจารณ์การเขียนไปครับ ขอชื่นชมว่าเขียนดี ถ้าเขียนบ่อยๆคงจะได้รางวัลซีไรท์เป็นอย่างน้อยครับ แต่มีข้อเสนอแนะนิดครับ การเขียนจะให้คนเข้ามาอ่านข้อเขียนของเรามากๆต้องมีแนวการเขียนดังนี้
1.ต้องเขียนเรื่องที่เป็นประโยชน์ของคนส่วนใหญ่
2.ต้องเขียนในเรื่องที่ช่วยเหลือผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม
3ต้องวิพากษ์วิจารณ์บุคคลสาธารณะ
4.ต้องไม่เอาผลประโยชน์ส่วนตัวหรือครอบครัวมาเขียน
5.ต้องไม่ทะเลาะกับ fc
6.ถ้าตัวเองและครอบครัวอยู่ในจุดที่เป็นบุคคลสาธารณะก็อย่าออกมาเขียนเลยถึงแม้ว่าเขียนดีหรือมีเหตุผลแค่ไหนก็ไม่มีใครอยากอ่านครับ
สรุปง่ายๆถ้าเขียนวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจก็จะมีผู้ติดตามมาก แต่ถ้าจะเขียนชมหรือเพื่อปกป้องผู้มีอำนาจก็จะไม่มีใครติดตามครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published.