
วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2564
จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่กำแพง (ทำได้ทุกอย่าง)
20
“นี่ คม หักศอก แกรู้เปล่า ทั้งนายสมโมนายกสภาฯ กรรมการสภาฯและคุณปอสิต กำลัง “ตีกิน” กรณีการแต่งตั้งให้คุณปอสิตรักษาการและเตรียมเสนอชื่อเธอ เพื่อขอโปรดเกล้าฯเป็นอธิการบดี”
มันคืออะไร“ ตีกิน” อธิบายให้ชัดหน่อยซิ?”
“คำว่า ตีกิน เป็นสำนวนไทย แปลว่า “ได้ทีก็ฉวยโอกาสเอามาเป็นประโยชน์ให้แก่ตัวเอง” ใครจะว่าอย่างไรก็ไม่สน หน้าด้านซะอย่าง ส่วนที่ผู้สันทัดกรณีว่า “คุณปอรสิต ซึ่งได้รับการสนับสนุนช่วยเหลืออุ้มชูจากท่านครก มาตลอด แต่เมื่อตัวเองมีอำนาจ และในขณะเดียวกันที่ท่านครกกำลังจะเป็นจำเลยและติดคุกกันเป็นแถว คุณปอรสิต ก็มิได้สนใจใยดี หรือเวทนาสงสารท่านครกแต่อย่างใด กลับปล่อยให้ท่านครกกับพวกต้องนั่งทุกข์ทรมานอยู่ฝ่ายเดียว ชีวิตของคุณปอรสิต นั้นมีคุณค่าและประโยชน์เหมือนลูกลานเท่านั้น จึงไม่แปลกเลยที่เธอได้รับฉายาว่า “ปอรสิต จอมเนรคุณ”
“แต่ผมว่าไม่ใช่ เธอมิได้เนรคุณหรือหักหน้าหักหลังกันหรอก พวกเขากำลังจูบปากกันต่างหาก เพื่อ
สถาปนา “สภาเกาหลัง” แบบถาวร ขึ้นที่ ม. กำแพงมณี”
“แต่ฝ่ายที่เสียประโยชน์เขาฟ้องศาลทั้งศาลปกครองและศาลอาญาคดีทุจริตฯแล้วนี่ ตอนนี้กำลังเคาท์ดาวน์ อยู่”
มีนาจัน หัวเราะ “พวกนี้เขาไม่กลัวหรอก โน่น กว่าคดีจะถึงที่สุดก็ “ตีกินไปได้อย่างน้อยก็10 ปี”
“ไหนอธิบายซิ เขาจะสถาปนา “สภาเกาหลัง” กันอย่างไร?”
“กรณีการรับรองรายงานการแต่งตั้งคุณปอสิต ท่านเห็นไหมว่า สภาใช้เวลาถึงเกือบ 4 เดือน เพื่อตัดสินใจไม่ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคุณปอสิต ทั้งๆที่สามารถยกเลิกคำสั่งได้โดยชอบธรรม เพราะมีการทุจริตชัดเจน นั่นหมายความว่า ตลอดเวลาเกือบ 4 เดือน คือ ช่วงเวลาของการปรึกษาหารือ เพื่อจัดสรรผลประโยชน์ให้ลงตัว และสร้างความมั่นใจในข้อตกลงที่ว่า “ทุกคนจะได้อยู่ต่อ รวมทั้งท่านครกด้วย” มีนา จัน หยุดนิดหนึ่ง และพูดต่อ
“เพราะเป็นที่รู้อยู่กันโดยทั่วไปว่า อธิการบดีมีวาระ 4 ปี ส่วนสภาฯมีวาระ 3 ปี ซึ่ง พ.ร.บ.กำหนดเวลาไว้อย่างเหมาะเจาะ ทำไมต้องตั้งคุณปอสิต เพราะช่วงนี้ผมคิดเอาเองว่า กรรมการสภาฯบางคนจะหมดวาระ ขืนตั้งคนอื่นเป็นรักษาการ คุมไม่ได้ก็ซวยตายห่า! ฉะนั้น ข้อตกลง คือ ผ่านรายงานการประชุมเพื่อคุณปอสิตจะได้รักษาการอธิการบดี และเมื่อกรรมการสภาฯท่านใดหมดวาระ ก็จะได้รับการเสนอชื่อเข้ามาใหม่ นี่เป็น แพทเทิร์น เดิมๆของการได้มาซึ่งอธิการบดีและสภาฯ ในมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นทุกแห่ง จนได้ชื่อว่า“สภาเกาหลัง”
“ทำไม่พวกเขาทำกันอย่างนี้ล่ะ ไม่สงสารมหาวิทยาลัยเลยรึ?”
“บอกแล้วไง “คนหน้าด้าน” ทำได้ทุกอย่าง”
…