จิปาถะ เรื่องสั้น อีเปรต (สู้ สู้ สู้ )

วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

จิปาถะ เรื่องสั้น อีเปรต (สู้ สู้ สู้ )

13

การต่อสู้นั้นไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อใด จะต้องมีตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไปเสมอ แม้กระทั้งความคิดของเราเอา ก็ยังไม่ลงรอยกัน ตัดสินใจไม่ได้ หรือที่เรามักจะพูดว่า สองจิตสองใจ แต่การต่อสู้อาจจะมีมากกว่า 2 ฝ่ายก็ได้ เช่น เขมร 3 ฝ่าย หรือ ในสงครามมหาภารตะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ระหว่างฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรม เป็นการต่อสู่กันระหว่างญาติพี่น้อง ซึ่งมีถึง 4 ฝ่าย คือ 1) ฝ่านธรรมะ 2) ฝ่ายอธรรม 3) ฝ่ายที่ไม่อยู่ฝ่ายไหน เพราะไม่เห็นด้วยที่พี่น้องรบกัน ซึ่งมีอยู่เพียงคนเดียว ส่วนฝ่ายที่ 4 ก็มีคนเดียวเช่นกัน จำชื่อไม่ได้ ขี้เกียจหา คนนี้ไม่มีใครเอาเป็นพวก ที่นี้มาดูการต่อสู้ที่มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ซึ่งเป็นการต่อสู้ระหว่างนางแต้มอธิการบดีหรือฝ่ายบริหาร (ฝ่ายอธรรม) กับคณาจารย์และพนักงาน (ฝ่ายธรรมะ) ที่ถือว่าเป็นการต่อสู้แบบ มาราธอน คือสู้กันมาถึง 8 ปี แล้ว และอาจต้องต่อสู้กันต่ออีก 4 ปี หรือมากกว่านั้น การต่อสู้ยังคงมีเพียง 2 ฝ่าย แต่อาจจะพัฒนาไปเป็น 3-4 ฝ่ายในอนาคตก็ไม่มีใครคาดการณ์ได้ แต่ที่คาดการณ์ได้ คือ นางแต้มไปแน่นอน ส่วนคณาจารย์และพนักงานยังอยู่ นอกจากจะเกษียณไปก่อนเท่านั้นและเนื่องจากฝ่ายคณาจารย์และพนักงานเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งตามปกติไม่ต้องการจะสู้อยู่แล้ว มีใครอยากทะเลาะกับเจ้านายบ้าง? ไม่มีหรอก แต่เพราะตกอยู่ในสภาวะจำยอมให้ต้องสู้ จึงสู้แบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะไม่ใช่นักสู้ (ไม่ใช่ไก่ชน) ดังนั้น ลักษณะการต่อสู้จึงเป็นการตั้งรับเสียเป็นส่วนใหญ่ และใช้ศาลเป็นที่พึ่ง ซึ่งต้องใช้เวลาและความอดทนมาก แต่มีเป้าหมายชัดเจนโดยเฉพาะความอดทน มักจะมีเรื่องเข้ามาทดสอบอยู่เสมอ เช่น ถูกใส่ไฟ กล่าวหาต่างๆนาๆ เป็นต้น แต่ด้วยความอดทน อดกลั้น ระงับอารมณ์ได้ดี มีสติ มุ่งมั่น ในชัยชนะ ถึงแม้นจะไม่ใช่ไก่ชน แต่สวมวิญญาณไก่ชนพระนเรศวร จึงสามารถผ่านไปได้ในทุกแบบทดสอบ และยืนหยัดต่อสู้อยู่ได้อย่างองอาจ กล้าหาญ และจะประสบชัยชนะในที่สุด กระผมนายคม หักศอก ขอแสดงความชื่นชมยินดี และขอเป็นกำลังใจกับนักสู้ทุกท่าน และจะยืนเคียงบ่าเคียงไหลกับพวกท่านเสมอ ท้อได้ครับ แต่อย่าถอย “เราชนะแน่นอน เราไม่มีทางแพ้เด็ดขาด เพราะเราไม่มีวันยอมแพ้” ….

Leave a Reply

Your email address will not be published.