จิปาถะ  เรื่องสั้น อีเปรตหกห้า (ตอแหล)                                          

วันศุกรที่  14   มกราคม 2565

จิปาถะ  เรื่องสั้น อีเปรตหกห้า (ตอแหล)                                          

14

เมื่อวานนี้หญิงผู้กล้า รับเอกสารข้อกล่าวหาปึกใหญ่จากไอ้ส่งเดช ขี้ข้านางแต้ม โดยหญิงผู้กล้าจะมีเวลาแก้ข้อกล่าวหา 15 วัน กรณีนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทำอะไรหญิงผู้กล้าไม่ไหรอก เรื่องนี้เห็นตั้งกรรมการมา 3 ชุดแล้ว เป็นเพียงความพยายามข่มขู่ ให้เครียด และโดดเดี่ยวหญิงผู้กล้า ดังจะเห็นได้ว่า หญิงผู้กล้าไปรับเอกสารข้อกล่าวหาเพียงลำพัง เพื่อนหายหมดแล้ว แต่อย่าไปซีเรียส ตอนผมต่อสู้กับอธิการวันชัยยะ ผมก็โดนโดดเดี่ยว ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ผมเลย ตอนผมเผาหุ่น มีอาจารย์ฝากหมอน(จำชื่อจริงเธอไม่ได้) ที่ผมเคารพนับถือ เธอต่อว่าผม “อาจารย์ทำอย่างนี้หนูไม่ชอบเลย” ผมตอบเธอไปว่า “ผมคงทำให้อาจารย์หรือทุกคนชอบหรือพอใจไม่ได้หรอก เพราะผมกำลังแก้ปัญหาของผม” ซึ่งท่านก็เข้าใจ

หญิงผู้กล้า มีความจำเป็นต้องต่อสู้กับนางแต้ม  เธอกำลังแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆตามสติปัญญาที่มี ผิดบ้างถูกบ้างก็เป็นปกติ  และคงไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ ซึ่งพวกเราน่าจะเข้าใจ

ตอนนี้นางแต้มกำลังโดดเดี่ยวเธอ บีบเธอทุกอย่าง  เห็นว่าป่วยด้วยก็เลยเร่งมือ  แทนที่พวกเราจะเป็นกำลังใจให้ แต่กลับไปสนับสนุนนางแต้ม  โดยลืมไปว่า เรากำลังต่อสู้กับนางแต้ม ไม่ได้สู้กับหญิงผู้กล้า  เป้าหมายอยู่ตรงนั้น

ส่วนวันนี้ ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง ข่าวว่านางแต้มยกทีมไปอย่างคึกคัก จนมีคนสงสัยว่าอัดฉีดอะไรเข้าไปหรือเปล่า ที่หน้าศาลทั้งสองฝ่ายไม่กล้าผชิญหน้ากันตรงๆ  มีแต่การใช้สายตา,วาจา และกริยาท่าทางเย้ยหยันกัน เช่น “อี.แจ๋ หันกล้องมาถ่ายรูปปุ๊  ปุ๊ถ่ายมันคืน” 555 สะใจ… อุ้ยตาย! ติ่มซำ อ้วนตุ๊ต๊ะ ล้มกลางห้องหรือเปล่าคะ?

เรื่องคดี  พวกเราบอกมาว่า ภาพรวมดีมาก นัดครั้งหน้า 15 ก.พ.65….จบไต่สวน  ส่วนช็อตเด็ดวันนี้คือ นางติ่มซำ อ้วนจ้ำม่ำ ไปเป็นพยานเอกให้นางแต้ม คนที่ได้ฟังบอกว่า “ตอแหล ไม่กลัวที่สาบานกับศาลเลย ระวัง พูดเท็จ บาปหนักนะ จะติดตะรางตอนแก่มากนะจะบอกให้

ส่วน ผศ.ดร. La Ph เล่าว่า “วันนี้ขอย้อนอดีตของสารขัณฑ์ สมัยที่มีนายกสภาฯท่านแรก ท่านเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อสถาบันอย่างยิ่ง “ท่านเป็นคุณพ่อของทุกคน” เป็นผู้ให้อย่างไม่หวังผลตอบแทน ให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาและช่วยเหลือบุคลากรและบุตรหลานอย่างไม่หวังผลตอบแทน ปีใหม่และวันสำคัญของสถาบันฯท่านก็ช่วยเหลือและสนับสนุนทุกอย่าง เมตตาธรรมและคุณงามความดีที่ท่านอุทิศให้ต่อสถาบันจึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับบทบาทหน้าที่ของนายกสภาฯ…ลองหันมานึกเปรียบเทียบกับบทบาทของนายกสภาฯและผู้บริหารในยุคปัจจุบันดูว่าต่างกันราวฟ้ากับดินจริงหรือไม่?

ผศ.ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล จบด้วยข้อธรรม “ให้พิจารณาว่าตนเอง มีเวลาเหลืออยู่ในโลกมนุษย์ มากน้อยเพียงใดด้วย เป็นการให้สติต่อตนเอง”

“ส่วนที่ ม.กำแพง เงียบกริบ สงสัยจะยอมเขาเสียแล้ว”

……

Leave a Reply

Your email address will not be published.