จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (ขอเถอะ)

วันจันทร์ที่ 19 กรกฏาคม  2564 

จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (ขอเถอะ)

19

คนที่เป็นพ่อแม่นั้น  เมื่อลูกได้รับเคราะห์กรรม  เช่น ถูกจับ หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ จะรู้สึกเหมือนดั่งถูกควักหัวใจออกไปจากอก เพราะลูกคือชีวิต มันมีความหมายของการมีชีวิตอยู่ของแม่  บางคนร้องห่มร้องไห้จนแทบจะสิ้นลมปราณ ความหวังต่างๆดูเหมือนจะไม่เหลืออยู่แม้แต่น้อย เสียศูนย์  ใครไม่เคยสูญเสียก็คงไม่รู้ ส่วนคนที่เคยสูญเสีย จะรู้ดี เพราะเจ็บปวดมาก

ผมอยากจะเล่าเรื่องเก่าที่เคยเล่าไปแล้วว่า นานมาแล้ว นศ.ศิลปะ นายสงบ เสียชีวิตที่หอพักแบบไหลตาย เมื่อแม่รู้ข่าวและมารับศพที่โรงพยาบาล ตลอดทางที่มารับลูก นางร้องห่มร้องไห้เสียไม่มีละ เมื่อมาถึง รพ. ลงจากรถกระบะได้ ก็ถลาเข้าไปหาลูก ปากก็ร้องเรียกลูกอยู่ไม่ขาดเสียง “ลูกหล่าของแม่  ลูกอย่าเป็นอะไรนะ” ใบหน้าของนางน้ำตานองเกือกกลิ้งอยู่ที่ศพลูก นางใช้มือขวา ช้อนศรีษะของลูก ส่วนมือซ้ายล้วงเข้าไปในชายเสื้อคอกระเช้า ดึงนมที่เหี่ยวแห้งโน้มตัวให้หัวนมจดปากลูก พร่ำด้วยเสียงสะอื้นว่า ลูกหล่ากินนมซะลูกแม่  ผมเห็นแล้วต้องเบือนหน้าหนี  น้ำตามันไหล  นี่คือความรักความห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูก

ท่านกรรมการสภาฯ ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายครับ  พวกท่านปล่อยให้นางแต้มหรือผลิตผลชั่วร้ายของพวกท่าน กระทำย่ำยีต่อลูกหลานของพวกเราได้อย่างไร ถ้าเป็นลูกหลานของท่านล่ะ?  ท่านจะทนได้ไหม?  เราเป็นเด็กมาก่อน เรารู้ว่าเด็กนั้นไม่เคยคิดร้ายกับใคร หากทำอะไรผิดพลาดก็เนื่องจากคะนองเพราะอ่อนวัย  เราเป็นผู้ใหญ่ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก บางคนจะเข้าโลงอยู่แล้ว ย่อมทราบดีว่า ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ การให้อภัยจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอย่างไรพวกเขาก็คือลูกหลานของเรา

ในคริสศาสนา “เมื่อเปโตรถามพระเยซูว่า ผมต้องให้อภัยคนที่ทำผิดกับผมถึง 7 ครั้งเชียวหรือ? พระเยซูตอบว่า  เรามิได้กล่าวเช่นนั้น เรากล่าวว่าเธอต้องให้อภัยพวกเขา 7 คูณ 7 ครั้ง (มัทธิว 18: 21-35)

ท่านสภาฯผู้ทรงเกียรติทั้งหลายครับ โปรดให้อภัยนักศึกษาทั้ง 5  คน สักครั้งเถอะ ครับผม

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.