จิปาถะ : เรื่องด่วนควรรู้ (ฉายซ้ำ โพสต์ครั้งแรก 1 กุมภาพันธ์ 2563)

วันเสาร์ที่ 3  เมษายน  2564

จิปาถะ : เรื่องด่วนควรรู้ (ฉายซ้ำ โพสต์ครั้งแรก 1 กุมภาพันธ์ 2563)

1

ผมขออนุญาตนำข้อมูลของคุณ Worrawat ที่มีประโยชน์มาก เผยแพร่ให้ได้ทราบทั่วกัน ครับผม

บันทึก เรื่อง ข้อหารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547กรณีที่ไม่มีอธิการบดีเนื่องจากผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีที่สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งดำรงตำแหน่งมาครบ 180 วันแล้ว – คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 8) – เรื่องเสร็จที่ 0670/2553  มาตรา 29 และมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547

มาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547

มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

ประเด็นที่หนึ่ง มาตรา 33 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 บัญญัติให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 29 คนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ผู้รักษาราชการแทนในตำแหน่งอธิการบดีคนหนึ่งจึงสามารถดำรงตำแหน่งได้เพียงเท่าที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้ เพื่อสภามหาวิทยาลัยจะได้ดำเนินการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีต่อไปโดยเร็ว แต่อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ไม่สามารถแต่งตั้งอธิการบดีได้โดยเร็วด้วยเหตุจำเป็นบางประการ จึงทำให้ต้องมีผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีไปพลางก่อนเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของมหาวิทยาลัยให้มีความต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก สภามหาวิทยาลัยย่อมมีอำนาจแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีภายหลังจากที่ได้แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีคนเดิมมาครบหนึ่งร้อยแปดสิบวันตามมาตรา 33 วรรคสองแล้วได้

ประเด็นที่สอง การรักษาราชการแทนตามมาตรา 33 วรรคสอง มิใช่เป็นการให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งรักษาราชการแทนในตำแหน่งต่อไปอย่างไม่มีสิ้นสุด เพราะมิเช่นนั้นการรักษาราชการแทนก็จะกลายเป็นเรื่องถาวรซึ่งจะขัดต่อหลักการรักษาราชการแทน กรณีจึงต้องให้บุคคลนั้นรักษาราชการแทนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยเคร่งครัด และเมื่อครบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว ย่อมไม่อาจแต่งตั้งให้บุคคลนั้นเป็นผู้รักษาราชการแทนต่อไปอีกได้

ประเด็นที่สาม ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีซึ่งได้รับการแต่งตั้งในวาระต่อจากวาระแรก จะมีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. 2538 หรือเงินอื่นตามที่กฎหมายกำหนดหรือจากเงินงบประมาณแผ่นดินหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับการดำรงตำแหน่งซึ่งจะต้องไม่เกินเวลาที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดไว้ หากไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งไปโดยปริยาย และเมื่อพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ย่อมไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. 2538 หรือเงินอื่นตามที่กฎหมายกำหนดหรือจากเงินงบประมาณแผ่นดิน

…..

คำถาม :กรณีที่ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีครบวาระการดำรงตำแหน่ง(180 วัน ) แล้ว แต่มีการประชุมสภามหาวิทยาลัยเพื่อแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีคนใหม่ภายหลังจากที่คนเดิมครบวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้วนั้น สภามหาวิทยาลัยจะสามารถมีมติแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนย้อนหลังไปถึงวันถัดจากวันที่ผู้รักษาราชการแทนรักษาอธิการบดีคนเดิมครบวาระได้หรือไม่

คำตอบ :กรณีนี้เมื่อพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยบัญญัติให้สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี ดังนั้น เมื่อสภามหาวิทยาลัยยังมิได้ประชุมเพื่อพิจารณาและลงมติคัดเลือก ย่อมไม่อาจทราบได้ว่าผู้ใดจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีนั้น และไม่อาจมีผู้ใดจะไปปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลังไปก่อนวันที่สภามหาวิทยาลัยจะมีมติและคำสั่งแต่งตั้งได้ กรณีนี้สภามหาวิทยาลัยจึงไม่อาจมีมติแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีย้อนหลังไปก่อนวันที่มีการประชุมพิจารณาและลงมติได้

…..

อ้างอิง : มติคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบบริหารงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา ครั้งที่ 10/2558 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558.

Leave a Reply

Your email address will not be published.