จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (ชอ บอ งอ)

จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (ชอ บอ งอ)

6

เสียงที่ถามมาว่า “นางแต้ม นายกสภาฯ และกรรมการสภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ทำไมถึงไม่กลัวคุกกลัวตะราง” มีคำตอบจากผู้สันทัดกรณีแล้วครับว่า คนที่ไม่กลัวคุกกลัวตะราง มีอยู่ 3 ประเภท คือ1 คนที่เป็นอาชญากรโดยสันดาน คนเหล่านี้จะคิดว่า คุก คือ ที่พักผ่อน หลังจาก ได้ไปก่ออาชญากรรม มาแล้ว และเป็นสถานที่ ทบทวน ความผิดพลาด เพื่อเตรียมไปก่ออาชญากรรมใหม่2 เป็นคนโรคจิต วิปริต ถึงแม้จะกลัว คุกตะราง มากขนาดไหน แต่ก็จะเสแสร้ง ทำเป็นไม่กลัว เพื่อหลอกตัวเอง และคนรอบข้าง3 คนโง่ ที่เห็นแก่ผลประโยชน์ เล็กๆน้อยๆ ที่มีคนหยิบยื่นให้ และ พูดจาหว่านล้อมว่า สิ่งที่ทำไปนั้น มันไม่ผิด ถ้าศาลตัดสินว่าผิดแล้ว ก็จะบอกว่า สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ดังนั้น จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่ แปลกประหลาดแต่ประการใด ที่ คนระดับ ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และระดับดอกเตอร์ เริ่มทยอยกัน เข้าไปอยู่ใน เรือนจำกลางสุรินทร์ และจะมีเพิ่มมากขึ้น ในเวลาอันใกล้นี้
จากคำตอบของผู้สันทัดกรณี ผมบอกได้เลยว่า ทั้งนางแต้ม รักษาการอธิการบดี(เถื่อน) และนายสุชี๋ นายกสภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ทั้ง 2 คนนี้ ไม่กลัวคุกตะราง และจะไปอยู่เรือนจำสุรินทร์ในไม่ช้านี้ เพราะทั้ง 2 คนมีคุณสมบัติของคนทั้ง 3 ประเภท ครบถ้วนบริบูรณ์ คือ 1.เป็นอาชญากร 2.เป็นโรคจิต 3.โง่1.อาชาญากร แปลว่า ผู้กระทำความผิดทางอาญา สันดาน แปลว่า อุปนิสัยที่มีมาแต่กำเนิด มักใช้ในทางไม่ดี. เช่น ฉุนเฉียว ดุเดือด โมโหร้าย คนที่เป็นอาชญากรโดยสันดาน คือ คนที่เลวมาตั้งแต่เกิด จากที่กล่าวมา ทั้งนางแต้มและสุชี๋นั้นเลวมาตั้งแต่เกิดจริงๆ คือ มีนิสัยชอบกระทำความผิด เช่น นางแต้มนั้น ศาลพิพากษาว่าขาดคุณสมบัติเป็นอธิการบดีไม่ได้ แต่นางก็จะเป็นให้ได้ จึงจงใจที่จะกระทำความผิด กล้าละเมิดศาล เป็นอาชญากร ส่วนสุชี๋ ก็พอใจที่จะกระทำความผิดร่วมกับนางแต้ม เพราะนิสัยสันดานเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว โดยอ้างว่าที่มหาวิทยาลัยอื่น คนอายุเกิน 60 ปี เขายังเป็นอธิการบดีกันได้เลย ฉะนั้น ทำไมนางแต้มจะเป็นอธิการบดีไม่ได้ เป็นการยกตัวอย่างแบบคนพาล คือ ยกเรื่องไม่ดีไม่ถูกต้องประกอบ เช่น ที่มหาวิทยาลัยอื่น เขาเป็นโจรขโมยเงินเดือน 1.5/1.7 พนักงานฯได้ มหาวิทยาลัยเราก็เป็นโจรขโมยเงินเดือน1.5/1.7 พนักงานฯได้เหมือนกัน และที่สำคัญทำผิดกฏหมายซ้ำซาก 2. เป็นโรคจิต วิปริต ผิดทำนอง ข้อนี้ไม่ต้องอธิบายทั้งสองมีพฤติกรรมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว เช่น นางแต้ม เวลาใครทำอะไรไม่ถูกใจ ก็จะตะโกนใส่อย่างฉุนเฉียว เช่น “แกจะมาอวดดีกับฉันไม่ได้” หรือกรีดร้อง “ฉันจะเล่นงานแกให้ถึงที่สุด” แบบคนบ้า ส่วนสุชี๋ เมื่อถูกถามไถ่ ก็เฉยลูกเดียว ทำเป็นบ้าใบไม่รู้เรื่อง แบบซื่อบื่อ ปัญญาอ่อน3. ทั้งนางแต้มและสุชี๋ อายุมาก แก่จะตายอยู่แล้ว ยังทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางแต้มนอนกอดเก้าอี้ประจำตำแหน่งอธิการบดีไปจนตาย ขนาดออกคำสั่งเท็จก็ยังกล้าทำ “โง่” หรือเปล่า ก็พิจารณาเอาเองก็แล้วกันครับผมสรุปว่า ชอ.บอ.งอ. (ชั่ว บ้า โง่)….

Leave a Reply

Your email address will not be published.