เรื่องสั้น หัวใจเปื้อนชอล์กตอน “ไม่สะใจโก๋ 8”

eds

จิปาถะ

เรื่องสั้น หัวใจเปื้อนชอล์กตอน “ไม่สะใจโก๋ 8”

23

เพราะเพื่อนปรบมือให้กำลังใจกราวใหญ่  ทำให้เด็กชายเขียว เขียวขจี รู้สึกมันในอารมณ์ จึงลุกขึ้นมาบรรยายต่อว่า  อย่าว่าแต่ผู้ชายที่ทำให้ผู้หญิงต้องผิดหวังเลย  ผู้หญิงก็ทำให้ผู้ชายผิดหวังเสียอกเสียใจได้ไม่น้อยเหมือนกัน เช่น เพลง “ที่สุดของหัวใจ” ขับร้องโดย แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์ เนื้อเพลงตอนหนึ่งว่า…หากข้ามคืนนี้ หัวใจไม่แหลก ยับเยินเสียก่อน จะไปอ้อนวอน ขอเธออย่าตัดรอน รอก่อนวันพรุ่งนี้ เคืองกันเรื่องไร พรากกันด้วยเหตุใด ฉันยังไม่เข้าใจ เพราะฉันใช่ไหม หรือเธอเปลี่ยนไป ไยถึงไม่เหมือนเดิม

แต่นั่นแหละ ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง เมื่ออยู่กับคนที่เขาไม่รัก หรือถูกหักอก  ก็ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น ต้องหาวิธีการปลอบใจตัวเองด้วยวิธีการต่างๆ เช่น เพลง “เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง” ขับร้องโดย รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส ดังเนื้อเพลงตอนหนึ่งว่า.…เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง  ให้มันไหลลงไหลลง ไหลลง ไหล ลงทะเล   เบื่อความรักจากคนร้อยเล่ห์  เล่ห์ลวงลึกกว่าทะเล  สุดคาดคะเน สุดนับคณา

และผู้ชายบางคนที่เข็ดขยาดกับความรักก็มีเหมือนกัน ดั่งเพลง “คนอกหักพักบ้านนี้” ขับร้องโดย ก๊อท จักรพันธ์ เนื้อเพลงตอนหนึ่งว่า ….อยากปักป้ายแขวนขึ้นแผ่นเท่าฝา ประกาศให้คนรู้ว่า บ้านนี้หนามีชายอกหัก เผื่อมีสาวใดคนไหนโอนใจมอบรัก  อ่านป้ายแล้วคงประจักษ์  ว่าคนอกหักเกลียดนักคนลวง  ด้วยถูกคนรักหักอกเป็นแผล  เจ็บแสบหัวใจแทบแย่  พี่เจ็บแผลจนน้ำตาร่วง อ่านกันเสียทีป้ายนี้ห้ามคนหลอกหลวง บ้านนี้จะได้ไม่ห่วง ว่าคนลวงเข้ามารังแก

24

ความจริงเรื่องรักๆใคร่ๆระหว่างชายกับหญิง เช่น ถูกเขาหักอกบ้าง หรือหักอกเขาบ้าง ดูเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง มีปรากฏให้เห็นเสมอๆ แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ครูของผมเล่าให้ฟัง และบอกผมว่าเรื่องนี้ครูรับไม่ได้จริงๆ คือ เรื่องที่นางแต้มผู้บริหารของครูผม  เมื่อเธอได้รับตำแหน่งก็รีบทำหนังสือเรียกตัวข้าราชการคนหนึ่งกลับ สมมุติว่าเธอชื่อ น.ส. สมส่วน ก็แล้วกัน เธอไปช่วยราชการที่สถานศึกษาแห่งหนึ่งที่เป็นภูมิลำเนาเดิม เพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดมารดาซึ่งป่วยอยู่เสมอ เพราะเธอเป็นบุตรสาวคนเดียวและบิดาได้เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อถูกเรียกตัวกลับด่วน เธอก็รีบกลับ และปรับหาวิธีการที่น่าจะเป็นไปได้  เพื่อแก้ปัญหาความจำเป็น แต่นางแต้มปฏิเสธ เธอยืนกระต่ายขาเดียว ทั้งๆที่ไม่ใช่กระต่าย  เป็นผลให้ น.ส. สมส่วน ตัดสินใจลาออกจากราชการ ซึ่งเธอคิดว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต  เพราะการเป็นข้าราชการนั้นถึงแม้เงินเดือนจะน้อย แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจทั้งของตนเองและครอบครัว

ครูผมเล่าให้ฟังต่อไปว่า “การลาออกของ น.ส. สมส่วน เพื่อไปทำงานที่หน่วยงานของรัฐแห่งใหม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่น่ามีปัญหาอะไร  แต่ขอโทษ  ด้วยความจัญไรของผู้บริหารของครูผม  เธอไม่ยอมให้ น.ส. สมส่วน ไปชดใช้ทุนเป็นเวลาที่หน่วยงานแห่งใหม่  จะให้ใช้ทุนเป็นเงินสดที่นี่ก่อน จึงจะลาออกได้ เอากับแม่ซิ   และที่ขำกลิ้งก็คือ หน่วยงานใหม่เขายินดีใช้ทุนเป็นเวลาหรือใช้เป็นเงินให้  แต่นางแต้ม “say no” จะเอาเงินสดจาก น.ส. สมส่วน ให้ได้ ซึ่งเธอไม่ยอม ใครๆก็ไม่ยอมหรอก  มีอย่างที่ไหน ก็หน่วยงานให้ที่ น.ส. สมส่วน จะไปทำงานเขายินดีใช้ทุนให้ทั้งเป็นเวลาหรือเป็นเงินสด ขอให้คิดมา แต่นางแต้มไม่ยอมจะเอาจาก น.ส. สมส่วน ให้ได้ จัญไรจริงๆ   อย่างนี้ต้องเอาความขมขื่นไปทิ้งทะเลที่ปากอ่าวบ้านแหลม

และเมื่อ น.ส. สมส่วน ไม่ยอมใช้เงินทุนเป็นเงินสด  นางแต้มจึงฟ้องศาลปกครองว่า น.ส. สมส่วน ผิดสัญญาเรื่องทุน

ก็จะไม่ให้ผิดสัญญาได้อย่างไรล่ะ  เพราะตามระเบียบ ข้าราชการสามารถไปชดใช้ทุนเป็นเวลาที่หน่วยงานของรัฐแห่งอื่นใดก็ได้  แต่นางแต้ม จะใช้อำนาจของตนเอง ไม่ยอมให้ไปใช้ทุนเป็นเวลาที่อื่น  เพราะถือว่าตนเองมีอำนาจ แต่การใช้อำนาจแบบขาดคุณธรรมอย่างนั้น เขาเรียกว่าคนจัญไร และคนจัญไรแบบนี้ ครูผมเรียกเธอว่า “E ผีทะเล” บ้าง “E เปรต” บ้าง “ E ปีศาจร้ายบ้าง” และอีกหลาย E

ครับ…เรื่อง  “E เปรต หรือ E ผีทะเล” ก็จบลงด้วยประการละฉะนี้  ถึงแม้ว่า น.ส. สมส่วน จะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บริหารที่ขาด “หลักธรรมาภิบาล” จากนางแต้มที่แสนจะโหดร้ายทารุณ แต่สิ่งที่เธอยังมีก็คือ “ความหวัง” จากกระบวนการยุติธรรม ทุกคนต้องมีความหวังครับ

………

Leave a Reply

Your email address will not be published.