เรื่องสั้น หัวใจเปื้อนชอล์ก ตอน นิทานโกหก 3 (นายกระสอบป่าน 1 )

times

จิปาถะ

เรื่องสั้น หัวใจเปื้อนชอล์ก ตอน นิทานโกหก 3 (นายกระสอบป่าน 1 )

3

บ่อยครั้งที่ปีศาจขโมยเวลาจะออกมาหาเรา  มาพูดจาชักจูงโน้มน้าวในเรื่องเวลา เพื่อหาวิธีขโมยเวลา ตามโอกาสจะอำนวย และรู้สึกเหมือนกับว่าวิญญาณของเราจะรู้เห็นเป็นใจกับมันเสียด้วย  เรื่องของปีศาจขโมยเวลานี้  มีนิทานซ้อนนิทานอยู่ 2 เรื่อง คือ เรื่องแรก“นายกระสอบป่าน” เรื่องมีอยู่ว่า

กาลละครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในซอยเล็กๆห่างจากถนนใหญ่ไม่มากนัก  ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพมหานคร มีผู้สูงวัยคนหนึ่งชื่อนายกระสอบ นามสกุลป่าน คนทั่วไปจึงเรียกชื่อกับนามสกุลของเขารวมๆกันว่า “นายกระสอบป่าน” เขาเป็นครูสอนศิลปะ  หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว ก็ใช้เวลาว่างเขียนหนังสือประเภทเรื่องสรรเพเหระ โดยใช้หัวข้อเรื่องว่า  “จิปาถะ” นอกจากนั้นยังเขียนภาพลายเส้นประกอบเรื่อง เพื่อสื่อถึงเรื่องราวที่เขาเขียน ซึ่งบางครั้งก็สอดคล้องสัมพันธ์กับเรื่องดี  แต่บางครั้งก็แทบจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเลย  ซึ่งเขาก็ไม่เห็นจะสนอกสนใจอะไร จากนั้นก็นำเรื่องที่เขาเขียนโพสต์ในเฟสบุกส์ให้เพื่อนๆอ่านเสมอๆ  ซึ่งเขาจะปฏิบัติเช่นนี้เป็นปกติ เพลิดเพลินกับงานของเขา มีความสุขกับเรื่องที่เขาแต่งขึ้นเองบ้าง  ปรับมาจากเรื่องของคนอื่นบ้าง  จับแพะชนแกะ ยกเมฆยกหมอกไปตามเรื่อง และมักจะหลงตัวเองด้วยหัวใจกระหยิ่มเสียด้วยว่า เรื่องที่เขาเขียนนั้นดีเหลือหลาย ยิ่งมีคนแสดงความคิดเห็นมาว่า มีประโยชน์ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หัวใจที่กระหยิ่มอยู่แล้วพองโตขึ้นอีกด้วย

นอกจากนั้นเขายังมีความสุขกับเสียงสูงต่ำหนักเบาที่เกิดจากนิ้วชี้มือข้างซ้ายและและนิ้วชี้มือข้างขวาที่จิ้มลงบนคีย์บอร์ดหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นจังหวะลีลาที่เขาว่าไพเราะจับใจชวนหลงใหลเสียเหลือกเกิน  กาลเป็นเช่นนี้ตลอดมา

จนกระทั่ง  วันหนึ่งปีศาจขโมยเวลาได้เดินเข้ามาหาเขาในขณะที่เขากำลังทำงานอยู่  และเอ่ยทักทายว่า

“สวัสดีครับ คุณกระสอบป่าน”

เขาผละจากงาน  หันหน้ามาทางแขกที่มาเยือนและกล่าว “สวัสดีครับ”  พร้อมผายมือไปทางเก้าอี้เป็นการเชื้อเชิญ “นั่งซิครับ มีอะไรให้รับใช้ครับ”

ปีศาจขโมยเวลานั่งลงตามคำเชิญและเอ่ยขึ้นว่า “ขอโทษนะครับ ขอรบกวนนิดหน่อย ทำงานของคุณพร้อมไปเลยก็ได้  คุยไปด้วยทำงานไปด้วย  จะได้ไม่เสียเวลา”

“ไม่เป็นไรครับ ไม่เสียเวลาหรอก ผมมีเวลามากมายเหลือเฟือ และไม่รีบร้อนอะไร ”

“อะไรนะ” ปีศาจขโมยเวลาขมวดคิ้ว ทำหน้าฉงน “คุณว่าคุณมีเวลาเหลือเฟืออย่างนั้นหรือ”

“ถูกต้องแล้ว”

“คุณกระสอบป่าน คุณเข้าใจผิดไปเสียแล้ว…ตอนนี้คุณอายุเท่าไรล่ะ

“75 ปี”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า !” ปีศาจขโมยเวลาหัวเราะ “อายุคุณเกินระดับอายุเฉลี่ยของชายไทยโดยประมาณซึ่งอยู่ระหว่าง 70  ขึ้น มาตั้งเกือบ 5 ปีแล้ว   คุณยังคิดว่าคุณยังมีเวลาเหลือเฟืออีกหรือ   ดังนั้นคุณจะเสียเวลาต่อไปอีกไม่ได้แล้ว”

“หมายความว่าอย่างไรนะ”

“คุณต้องทำเวลานะซิ”

“ทำเวลาอะไร ผมไม่เข้าใจ”

“เอาอย่างนี้นะ  ผมจะอธิบายให้ฟัง  ตอนนี้คุณอายุ 75 คุณเขียนรูปเขียนหนังสือ  เขียนเล่นเขียนหัวไปวันๆ ไม่มีเป้าหมายอะไร  ซึ่งถ้าคุณขืนทำอยู่อย่างนี้ คุณก็จะไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง  ผลงานของคุณก็จะไม่ก้าวหน้า ไม่สามารถจะรวมเป็นเล่มได้สักที  คุณรู้หรือเปล่า  ผลงานของคุณสำคัญมากนะ  มีประโยชน์กับคนทั่วๆไป อย่างที่คุณเห็นแล้ว มีคนชมมาเสียด้วย ดังนั้น คุณจะมาเขียนเรื่อยเปื่อย นานๆโพสต์ ทีอยู่อย่างนี้ไม่ได้แล้ว ผมรู้ว่าคุณมีศักยภาพ วันละ 1 เรื่องนั้น จิบจ้อยมาก วันละ 2 เรื่อง ผมว่าคุณทำได้สบายเลย”

“แล้วจะทำอย่างไร ครับ”

“คุณก็ต้องเร่งมือซิเพราะเวลาคุณเหลือไม่มากนัก “เวลามีค่า”  ที่นี้ถ้าคุณเขียนเพิ่มและโพสต์เป็นวันละ 1  เรื่อง ปีหนึ่งมี 365  วัน คุณก็จะมีผลงานตามตัวเลขนั้น และไม่นานจาก 365 เรื่อง ก็จะเป็น 400 ,500 และเป็น 1000 เรื่องในไม่ช้า คุณเข้าใจสิ่งที่ผมพูดไหม”

“ครับ พอเข้าใจครับ”

“ดี  ลองใช้เวลาพิจารณาดูให้รอบคอบอีกครั้งก็แล้วกัน  วันนี้ผมเห็นจะต้องขอตัวก่อน ถ้ามีเวลาผมจะมาคุยด้วยใหม่”

“ครับ ขอบคุณครับ ที่แนะนำ มันทำให้ผมรู้สึกสว่างขึ้นเยอะเลย  จริงอย่างคุณว่า เวลาผมเหลือไม่มากนัก ขอบคุณมากครับ”

เมื่อชายนิรนามกลับไปแล้ว เขาอุทานออกมาเบาๆ “จริงอย่างว่า  เวลาของผมเหลือไม่มากนัก”

…………..

อ่านต่อคราวหน้า

Leave a Reply

Your email address will not be published.