เรื่องสั้น ซีซั่น 1 อย่าเอาไว้  6 (อคติ)

วันพุธที่ 13  เมษายน 2565

เรื่องสั้น ซีซั่น 1 อย่าเอาไว้  6 (อคติ)

13

ฉันจะบ้าตาย มีนา จัน บ่นอุบ เมื่อคืนฝันว่าเป็นนางแต้ม ตัวละครของแก หรืออธิการมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ และเสือกฝันว่าติดคุก ถูกส่งตัวไปเรือนจำ  ตอนเข้าไปถึงก็อย่างที่รู้ๆกัน ต้องแก้ผ้าออกหมดเพื่อตรวจหาสิ่งเสพติด ฉันรู้สึกอายที่ต้องเปลือยกายล่อนจ้อนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทั้งหญิงชายหลายคน สายตาฉันสำรวจไปรอบๆ เหลือบตาลงต่ำและก้มหน้านิ่ง เพราะเกิดรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง หน้าตาช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเหญิงผู้กล้า คู่กัดของฉันไม่มีผิด เธอกำลังจ้องมาที่ฉัน ฉันรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที                                                                                                                           จากนั้น เจ้าหน้าที่ให้อ้าปาก ใช้ไม้เขี่ยดูตามซอกตามมุมภายในปาก ทำยังกับจะเอาน้ำลายไปหา ดีเอ็นเอ แล้วบอกให้หันกลังและโก้งโค้งแยกขาออก แล้วนั่งยองๆ ไอแรงๆ แรงกว่านี้อีก…มีเสียงผ่าน ไปรับชุดได้ รู้สึกค่อยยั่งชั่วหน่อย                                                                                                    

ฉันตื่น เพราะอากาศร้อนมาก หงุดหงิดกับความฝันบ้าๆ หลับตาทบทวนและหม่อยหลับไป  

บ้าที่สุด ฉันฝันต่อ ฝันว่าแต่งชุดผู้ต้องขังสีกรมท่า รับถาดอาหาร ยืนเก้ๆกังๆ มีเสียงบอกว่า นั่งกับป้าคนโน้นซิ แกใจดี ฉันเดินไปยืนตรงข้ามหญิงคนนั้น กล่าวสวัสดี และขออนุญาตนั่ง เธอผงกศีรษะตอบรับ   เมื่อฉันนั่งลง นางเอ่ยขึ้นว่า ฉันชื่อแมว เธอละชื่ออะไร  ฉันสะดุ้งก่อนที่จะบอกว่าชื่อแต้ม ใจคิดตะเลิดไปว่าต้องมาเจออีแมวตัวแสบอีกแล้วหรือนี่ มันหลอกให้ฉันติดคุกจนได้ ขออย่าให้แสบเหมือนกันนะ                                                                         

 มีเสียงถามเบาๆว่า “ไหวไหม?”  ฉันไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร ตั้งแต่เริ่มเข้ามา ทุกอย่างเกินจริงไปหมดเลยตอนนี้   

สักคู่ ฉันถามป้าแมวว่า “ทำผิดอะไรมาล่ะ ถึงได้มาอยู่ที่นี่ ฉันล่ามโซ่สามีฉันไว้กับเสาหน้าบ้าน ตอนนี้มันตายแล้ว แล้วเธอละ ทำผิดอะไร?”   “ฉันล่ามโซ่ตัวเองไว้กับตำแหน่งอธิการบดี  โง่ที่สุด” แล้วฉันก็ตื่น

มีนา จัน บ่นว่า ฉันเป็นคนมีอัคตินะ ขนาดฝันยังคิดร้ายกับนางแต้มเลย ดูคนอื่นซิ เขามีแต่เป็นห่วงนาง เช่น                                                                                                                                           

ผศ.ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล บอกว่า “ถ้ายังอยู่ในวังวน ถือว่าเป็นกรรมนะ ยังคิดเลยว่า ถ้าย้อนกลับไปได้ใเมื่อเกษียณ ควรจะหยุดสอนหนังสือ ขายกิจการ หยุดทุกอย่าง แล้วย้ายไปอยู่สวน อยู่กับธรรมชาติ ชีวิตคงจะสุข สงบกว่านี้อีกเยอะ มัวแต่ลุ่มหลงในกิเลส ความมีตัวตน ตัวกู ของกู ชีวิตก็ไม่นิ่งสักที ใครคิดได้ก่อน ก็ถึงชัยก่อน Death Cleaning อาจารย์ เผ่าทอง ทองเจือ ท่านให้สัมภาษณ์กับ ดู๋ สัญญา คุณากร ในรายการเจาะใจ เวลา21.00น. วันที่12 มีนาคม2565 ช่องPPTV”               

ส่วน ผศ.ดร. La Ph บอกว่า “ถ้ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลใจให้เขาคิดได้ก็ดีค่ะ การอยู่ในตำแหน่งอธิการติดต่อกันถึง 12 ปี (หลังเกษียณอายุราชการ) เป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรจดจำและไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างอย่างยิ่ง ถ้าเขาปล่อยวางได้ก็จะเป็นผลดีกับประชาคมสารขัณฑ์และตัวเขาเอง คงต้องรอดูกันต่อไปว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่กลัวจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ???”                                                                       

มีนา จัน บอกว่า “ไม่ต้องกลัว ผมฝันแม่นมาก”

Leave a Reply

Your email address will not be published.