จิปาถะ เรื่องสั้น โจรปล้มเงินเดือน (รู้รักสามัคคี)

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม  2564

จิปาถะ  เรื่องสั้น โจรปล้มเงินเดือน (รู้รักสามัคคี)

23

วันพฤหัสบดีหน้านี้ (28 มค. 64) จะเป็นอีกวันหนึ่งที่สำคัญและระทึกใจที่สุดของช่วงต้นปีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ครบ 5 ทศวรรษ เพราะเป็นวันที่ศาลฯจะตัดสินคดี การอุทธรณ์ ของนางแต้ม รักษาการอธิการบดีที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ เนื่องจากขาดคุณสมบัติการเป็นอธิการบดี เพราะอายุเกิน 60 ปี  และสภาฯสรรหาอธิการบดีด้วยกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง สำหรับโจทย์ก็คงไม่ซีเรียสอะไร แพ้ก็ได้ ชนะก็จะดีมาก  แต่คนที่ซีเรียสมากๆน่าจะเป็น นางแต้ม (เจ้าเก่า)

ดังจะเห็นได้ว่า ช่วงนี้นางทำทุกอย่างเพื่อจะพิฆาตเข่นฆ่าคู่กรณีให้อาสัญ โดยมีพวกหมารับใช้เป็นเครื่องมือ  กัดคนโน้น กัดคนนี้ตามคำสั่ง ระวังให้ดีนะครับ พวกหมาทั้งหลายเอ๋ย หลังวันที่ 28 มค.64 จะอยู่ลำบาก  เพราะมีประวัติการร่วมมือกับนางแต้มทำร้ายเพื่อนร่วมงาน

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าศาลฯจะตัดสินยืนหรือกลับคำตัดสิน ก็มีผลเท่ากัน คือ นางแต้มจะต้องหลุดออกจากตำแหน่งรักษาการอธิการบดี กล่วงคือ ถ้าตัดสินยืน ก็จบไปเลย นางแต้มจะเป็นอะไรไม่ได้สักอย่าง นอกจากเป็นหมา

แต่ถ้าศาลฯกลับคำตัดสิน สภาฯมหาวิทยาลัยและนางแต้มอาจจะตีขุมเป็นรักษาการอธิการบดีต่อไป และนำชื่อนางแต้ม เพื่อขอโปรดเกล้าฯ คราวนี้แหละพวกคู่กรณีก็จะโดนพิฆาตเข่นฆ่าให้อาสัญ (สุนทรภู่)กันเป็นละนาวละครับ ไม่เชื่อคอยดู

มีคนถามว่า “แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ?”

มีเสียงตอบ 1.ก็ต้องทำตามที่ผู้สันทัดกรณีเสนอแนะไว้ คือ  ขอให้จำเลยทั้ง 7 คน และ 9 คน ต้องนำเอาเรื่อง ม.112 เข้าไปพิสูจน์ในศาลให้กระจ่างและหายสงสัย ที่สำคัญจะได้เป็นหลักฐานประกอบว่านางแต้มเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมละเมิดต่อสถาบันแล้วยังขาดจิตสำนึกไม่ขอพระราชทานอภัยโทษจนเรื่องปรากฏอยู่ในศาลเหมาะสมจะเสนอเพื่อโปรดเกล้าหรือไม่?”

2. เตรียมหลักฐานต่างๆเกี่ยวกับคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมของนางแต้ม ส่งไปกระทรวง เพื่อชี้ให้เห็นชัดๆว่า นางแต้มนั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการโปรดเกล้าฯให้เป็นอธิการบดีได้  เพราะมีเรื่องฟ้องร้องอยู่ในศาลเป็นจำนวนมาก  เช่น คดี 1.5/1.7  ที่มีเจ้าทุกข์ถึง 100 ว่าราย หรือคดี 157 ที่ศาลเมืองประทายสมันต์ ที่จะตัดสินเร็วๆนี้ และยังมีกรณีขนดินที่ขุดจากการก่อสร้างหอประชุมออกไปจากมหาวิทยาลัย ที่โจษจันกันว่านำไปขาย และเรื่องอื่นๆอีกเป็นอันมาก

ฉะนั้น พนักงานมหาวิทยาลัยที่รวมตัวกันต่อสู้เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นที่นั่น อย่านิ่งเฉยนะครับ ภัยกำลังมาถึงตัว จะต้องคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป และร่วมมือกันให้เหนียวแน่น มุ่งมั่นเป็นหนึ่งเดียว  คิดจะทำอะไรก็รีบทำ จะแสดงอารยะขัดขีนก็ขัดขืนไป  อย่าหยุด  ที่สำคัญจะต้อง “รู้รักสามัคคี” ครับผม

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.