จิปาถะ : เรื่องสั้น โจรปล้มเงินเดือน (ขออุบไว้ก่อน)

วันพุธที่ 7  เมษายน  2564

จิปาถะ : เรื่องสั้น โจรปล้มเงินเดือน (ขออุบไว้ก่อน)

7

คงไม่มีเรื่องอะไรที่จะน่าเบื่อหน่าย ชั่วช้า เลวทราม ไปกว่าเรื่องของนางแต้ม,นายกสภาฯและกรรมการสภาของมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ชุดนี้อีกแล้ว เพราะพวกเขาไม่มีสำนึกอะไรเลยจริงๆ  โดยเฉพาะนายกสภาฯและกรรมการสภามหาลัย  พวกคุณ (มึง) สนับสนุนให้นางแต้มแอบอ้างเป็นรักษาการอธิการบดีอยู่ได้อย่างไร ถึง 4 ปี และตอนนี้ก็ยังไม่ทำอะไร หลอกหลอนว่านางแต้มรอการโปรดเกล้าฯ ไม่สำนึกบ้างเลยหรือว่า การกระทำของพวกท่านนั้น ได้สร้างความเสียหายให้แก่มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์เป็นเอนกอนันต์  อยากถามว่า “พวกมึงเป็นคนหรือเปล่า?”

พอแค่นี้ก่อน สติผมจะแตก  เตือนมาเยอะแล้ว มาฟัง ผศ. ดร. ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล เตือนบ้างดีกว่า เผื่อจะได้ผลบ้าง ท่านแสดงความเห็นว่า  “อะไร อะไร ก็ติดคุก  เฮ้อ ทำไมไม่กลัวคุก   ระวังเงินที่ได้ต้องเอามาจ้างทนายแก้ต่างตัวเอง ปวดหัวอีก รู้สึก ม.นี้ชอบ  คดีความซะจริงๆนะ  แปลกดีอยู่ข้างนอก  มีอิสระดีๆไม่ชอบ

ควรทำใจให้สงบ  คิดไตร่ตรองให้รอบคอบ  เงิน อำนาจ ตำแหน่ง  ใครก็อยากได้  แต่ควรได้มาแบบโปร่งใส  ผลที่ได้ก็จะเป็นของดี  ทำให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า  แต่ถ้าได้มา เพราะทำไม่ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย  เหมือนของร้อนไม่รู้ว่าวันไหน  ภัยจะมาถึงตัว พอถึงตอนนั้น  อะไร อะไร ก็ช่วยไม่ได้   พวกคนรอบข้างที่มีส่วนเกี่ยวข้องคิดแต่เรื่องตัวเอง  คิดแบ่งปันให้คนอื่นบ้าง  คิดถึงใจเขาใจเรา  จะได้อยู่ร่วมกันแบบมีความสุข  เงินยิ่งมีมากก็ยิ่งอยากได้เพิ่ม  นานไปก็อยากได้ทั้งหมด

ให้คนอื่นก็เพื่อได้กลับมา  เป็นการให้แบบมีผลประโยชน์   ชีวิตไม่สงบ เป็นพุทธมามะกะ

แต่ไม่ได้ถือศีลไม่ได้ปฏิบัติ  ได้แต่สร้างทุกข์ให้ผู้อื่น  แล้วจะทำบุญไปเพื่ออะไร  สิ่งที่ตนเองไม่ควรได้ยังอยากได้  แต่ส่วนที่คนอื่นเขาควรได้  ยังไม่ให้เขา  เอาแต่ได้ฝ่ายเดียว  ศาสนาพุทธแก้กรรมไม่ได้นะ”

และมีเพื่อน fc ว่ากล่าวกันมามาก เช่น “สกปรกโสโครกเกินกว่าจะเรียกว่ามนุษย์” แต่ผมขออุบไว้ก่อน ครับผม

Leave a Reply

Your email address will not be published.