จิปาถะ เรื่องสั้น โจรปล้นเงินเดือน (ความตายของ popular vote)

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564
จิปาถะ เรื่องสั้น โจรปล้นเงินเดือน (ความตายของ popular vote)
26
ตอนที่ผมยังไม่เกษียณ ตำแหน่งอธิการ ส่งมาจากกรม ส่วนตำแหน่งรองอธิการ พวกคณาจารย์เลือกกันเองจากผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ( popular vote ) จากนั้นนับคะแนนกันจะๆ ลุ้นกันสนุก ใครได้ก็ได้เลย fair ดี
ต่อมาเมื่อปี 31 อธิการมาใหม่ ท่านต้องการใช้วิธีสรรหารองอธิการ ท่านแจ้งในที่ประชุมใหญ่
ผมถามท่านอธิการว่า แบบเดิมมันไม่ดีอย่างไรถึงต้องเปลี่ยน อธิการบดีตบโต๊ะปังตอบว่า “ผมจะเอาแบบนี้แหละ” เท่านั้นเอง เกิดเรื่อง ผมวอล์คเอ้าท์! และตั้งแต่นั้นมา popular vote ก็จบไปโดยบริบูรณ์ เปลี่ยนมาเป็นแบบสรรหา ผลของมันก็เป็นอย่างที่ ผศ.ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล แสดงความคิดเห็นไว้ ผมเห็นว่าน่าสนใจ จึงขออนุญาตเผยแพร่นะครับผม
“นี่แหละ การไม่รู้หน้าที่ เขาให้มาเป็นกรรมการสภาเพื่อช่วยดูแลเรื่องการบริหารงานให้มีความเจริญก้าวหน้าตามหน้าที่ของสถาบันอย่างมีธรรมาภิบาล แต่กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับการสรรหามาแบบไม่โปร่งใส จึงเข้าข้างผู้บริหารแบบตะบี้ตะบัน ไร้จริยธรรม
อันดับแรกการแก้ระเบียบของสถาบันคือ ระเบียบการสรรหา คณะกรรมการสภา ต้องมีกระบวนการที่ทำให้ได้คนดี มีความสามารถเข้ามาช่วยกลั่นกรองงานบริหารอย่างแท้จริง
อย่าให้ใช้วิธีให้ผู้บริหารสรรหาเข้ามาเลยทำให้มีปัญหามีแต่พรรคพวกตัวเอง และมีแต่ญาติของคนใกล้ชิดเลยทำให้คณะกรรมการเหล่านี้ต้องทำตามคำสั่งของผู้บริหาร ไม่ใช่เฉพาะเมืองสารขัณฑ์เพียงแห่งเดียว เป็นแบบนี้แทบทุกสถาบัน
ประเทศที่เขาเจริญแล้ว เขาสามารถเลือกคนเก่งคนดี เข้ามาบริหาร มาทำงานให้องค์กร เพื่อทำให้ชาติบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง มันต้องเปลี่ยนแปลงระเบียบการสรรหาได้แล้ว ต้องล้างระบบ พรรคพวก
มิเช่นนั้น ปราบทุจริต ปราบความอยุติธรรม ปราบความชั่วทั้งหลายไม่ได้หรอก
แปลกนะบ้านเมืองเรา สมัยเด็กๆ ระบบการศึกษาดูดี แต่พอประเทศพัฒนาเจริญขึ้นเรื่อยๆ ระบบการศึกษากลับแย่ลงๆ ตัวอย่างแค่การคัดเลือกอาจารย์ เมื่อก่อน ต้องสอบส่วนกลาง แข่งกันทั่วประเทศ
และเลือกคนลำดับ 1 ถึงลำดับที่ต้องการเลยได้คนเก่งมาจากหลากหลายสาขา ไม่มีพรรคพวกไม่มีญาติ ไม่มีความใกล้ชิดกับผู้บริหาร แต่พอให้องค์กรคัดเลือกบุคลากรเอง ก็เป็นอย่างที่เห็นๆ
มีความสัมพันธ์กันในการเข้ามาทำงาน เลยเกิดความเกรงใจ
ไม่กล้าหือ กล้าอือ อย่างที่เห็นนี่แหละ เลยทำให้คนบางคนแผ่อำนาจ
และแผ่ความอำมหิต เพราะมีดาบสามารถฟันคอคนบางตำแหน่งได้นั่นเอง ระบบที่สร้างจากคนไม่ดี ผลพวงเลยเป็นแบบที่เห็น พวกเดียวกันสร้างระบบ อยากจะอยู่ในอำนาจยาวๆ ก็เลยปล่อยช่องโหว่ของระเบียบให้ฉวยโอกาสด้วยการประชุมกันทุกเดือน แล้วแก้ระเบียบหลัก เออ ออ ห่อหมกกันสนุกสนาน ช่างน่ารังเกียจ
บางคนแก่จะตายอยู่แล้ว แต่ยังเป็นอธิการ เสียงพูดก็สั่นเครือ
ไม่ใส ไอทีก็เงอะงะๆ เข้าไม่ถึง นิ้วกดไม่ไปแล้ว เฮ้อ เหนื่อย

ความโลภ ความอิจฉาริษยา ความเห็นแก่ตัว ความไร้ซึ่งน้ำใจ

ทำไมมันเกาะกินอยู่ อย่างเหนียวแน่น อนิจจา
…..

Leave a Reply

Your email address will not be published.