จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา)

วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563

จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา)

3

“ย้อนกลับมาที่รอบกองไฟคืนนั้น ขณะที่ฝูงแมลงเม่าพากันบินเข้ากองไฟ ปรากฏว่ามีแมลงเม่าตัวหนึ่ง ที่มีปัญญารู้คิด กำหนดรู้ได้ด้วยตนเองว่า เมื่อเจอะแสงไฟจ้า เช่น กองไฟ หรือหลอดไฟ จำเป็นต้องปรับสายตาด้วยการหรี่ตาเพื่อให้ตารับแสงได้เท่าๆกับแสงจันทร์ เป็นผลให้สัญชาตญาณที่ผิดเพี้ยนไปของแมลงเม่าตัวนั้น กลับคืนมาเหมือนเดิม มันจึงรู้ว่าการบินเข้ากองไฟที่ร้อนระอุไปพร้อมกับแมลงเม่าตัวอื่นๆนั้น มีแต่ตายลูกเดียว ดังนั้นมันจึงบินออกจากฝูงไป”คม หักศอก ถามมีนา จันว่า “ที่ยกเรื่องแมลงเม่ามานี่ต้องการจะสื่ออะไรอีก”มีนา จัน ร้อง “อ๋อ! ก็ต้องการจะสื่อว่า เมื่อสองวันมานี้ ได้มีกรรมการสภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์จากผู้ทรงคุณวุฒิท่านหนึ่ง “ลาออก” เพราะท่านไม่ใช่คนธรรมดา เป็นนักวิชาการที่มีประสบการณ์สูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ และประจักษ์ว่า การทำงานร่วมกับนางแต้ม รักษาการอธิการบดี ที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์นั้น มีแต่จะติดคุกลูกเดียว เพราะตระหนักแล้วว่า นางแต้มนั้นไม่ใช่คนดี เป็นคนพาล เป็นโจรขโมยเงินเดือนของพนักงาน และมุ่งมั่นทำร้ายผู้ใต้บังคับบัญชา มีความอาฆาตมาดร้ายเป็นสันดาน เรื่องที่ลูกน้องบันทึกให้สภาฯพิจารณาว่า นางเป็นรักษาการอธิการบดีที่ไม่มีคำสั่งแต่งตั้งควรดำเนินการให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่แทนที่นางจะชี้แจงให้กระจ่าง นางใช้วิธีฟ้องศาล กะจะเอาให้ตาย ด้วยการฟ้องเรื่องเดียวกันถึง 4 ศาล 4 จังหวัด แต่ยังโชคดีที่นางไม่ฟ้องศาลโลกด้วย 555และเนื่องจากกรรมการสภาฯที่ลาออกไป ท่านเป็นนักวิชาการ ท่านศึกษาเรื่องนี้ด้วยการออกภาคสนาม โดยพาทนายของท่านไปฟังการสืบพยานคดีอาญา 157 ที่พนักงานมหาวิทยาลัยฯฟ้องรักษาการอธิการบดีฯ ที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ที่ศาลคดีอาญาทุจริตเมืองประทายสมันต์ด้วย และเมื่อได้ข้อมูลสมบูรณ์แล้ว ท่านจึงลาออก”“อ๋อ! อย่างนี้นี่เอง” คม อุทานเบาๆ“แล้วแมลงเม่าตัวอื่นๆล่ะ ไม่มีปัญญารู้คิดบ้านรึ ?” คม ถาม“เรื่องนี้ไม่ทราบ แต่ในมงคล 38 กล่าวว่า คนที่จะรู้คิดได้ ต้องมี “ความเป็นผู้ทำบุญไว้ในกาลก่อน “ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา -” ครับผม…..

Leave a Reply

Your email address will not be published.