จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่สารขัณฑ์  (อุโมงค์แห่งความหวัง) 

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม  2565                                                                                                 

จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่สารขัณฑ์  (อุโมงค์แห่งความหวัง) 

25

ปัญหาของมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ตอนนี้ทั้งสภามหาวิทยาลัยและนางแต้ม อธิการบดี เดินทางมาถึงจุดวิกฤติแล้ว ไม่ว่าศาลอาญา เมืองประทายสมันต์ จะรับฏีกาของท่านปัญเจริญหรือไม่ก็ตาม เพราะคดีของหญิงกล้าที่ศาลเดียวกันนี้ ก็ยังไม่จบ  และมีโอกาสคุกพอกัน อีกทั้งคดีหมิ่นประมาทที่ศาลสารคามบุรี ฝ่ายจำเลยเตรียมสำนวนฟ้องกลับอยู่แล้ว ถ้าฏีกาของนางแต้มไม่ผ่าน ก็ฟ้องกลับทันที นางแต้มก็จะเสร็จแน่ๆ  นางจะดิ้นกระแด่วๆถูไถไปทั่ว เหมือนปลาช่อนถูกทุบหัว ผมคาดว่านางน่าจะอยู่ไม่เกินปี 65

แต่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่า สถานการณ์ของ มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ น่าสิ้นหวัง  เปรียบเหมือนเราอยู่ในอุโมงค์ที่มืดมิด หวังแต่เพียงว่าปลายอุโมงค์อาจมีแสงสว่างคอยอยู่ แต่นั่นแหละ ถึงแม้จะมีแสงสว่าง ก็คงจะเป็นแบบเดิมๆ นางแต้มไป ทายาทของนางก็จะขึ้นมาแทนที่ สถานการณ์อาจเลวร้ายยิ่งกว่าเก่าก็ได้  เพราะดูเหมือนว่า ทายาทที่นางเตรียมไว้นั้น เป็นพวกคนสิ้นคิดมากกว่านางแต้มเสียอีก

แต่อย่าเพิ่งท้อ เราอาจจะสร้างแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ขึ้นมาเองได้  เป็นอุโมงค์แห่งความหวัง ฉะนั้นเตรียมคนของเราไว้ให้พร้อมไว้   เริ่มด้วยการตั้งชมรม ฯ รวมรวมสมาชิกทั้งคนนอกและคนใน เพื่อสร้างอำนาจการต่อรองที่เข้มแข็ง เตรียมผู้บริหารเงา พร้อมที่จะเข้ามาบริหาร เมื่อแสงสว่างที่ปลายอุโมงปรากฏขึ้น ผมขอเสนอชื่อ ท่านปัญเจริญ ที่เคยเป็นแคนดิเดท และเป็นคู่กัดของนางแต้ม ที่คิดว่าสมน้ำสมเนื้อ ถ้าท่านปัญเจริญยินดีเสียสละที่จะเป็นแกนนำในการสร้างแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่มืดมิดนั้น ถ้าเราเริ่มได้ การรอคอยนั้นก็จะมีความหมายมากยิ่งขึ้น “อุโมงค์แห่งความหวัง”

ผมเสนอชื่อท่านปัญเจริญแล้ว เพราะคิดว่าเหมาะสม แต่ถ้าท่านเห็นว่าใครน่าจะเหมาะสมกว่า ก็เสนอชื่อมาได้เลยนะครับ สำหรับผมนั้น ใครก็ได้ ขอให้มีคนที่จะมาดำรงตำแหน่งอธิการบดี ที่ไม่ใช้นอมินีของนางแต้ม ก็โอเคทั้งนั้น

ครับ ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีใครสักคนออกมาตะโกนบอกว่า “ผมจะเป็นอธิการบดีเพื่อแก้สถานการ์ที่เลวร้ายนี้”

Leave a Reply

Your email address will not be published.