จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่สารขัณฑ์  (หลับฝันดีนะครับ) 

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม  2565                                                                                                 

จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่สารขัณฑ์  (หลับฝันดีนะครับ) 

24       

หมอชาวบ้านหรือแพทย์แผนไทย จะรักษาโรคภัยไข้เจ็บของชาวบ้านด้วยสมุนไพร อาจเอามาบดให้ละเอียด ปั้นเป็นเม็ด หรือสกัดให้เข้มข้น เป็นหัวเชื้อ เพื่อสะดวกในการนำไปใช้ ส่วนมากก็จะใช้วิธีต้ม ที่ต้องรอจนกว่าจะเข้มข้น ซึ่งใช้เวลานานมาก

การต่อสู้ป้องกันของอาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ กับฝ่ายผู้บริหาร ก็จะมีลักษณะเช่นเดียวกับการสกัดสมุนไพร  คือ ต้องรอให้ความผิดของนางแต้มและสภามหาวิทยาลัยชัดเจนแจ่มแจ้งหรือเข้มข้นแบบสมุนไพรเสียก่อน ซึ่งต้องใช้เวลานานมาก แต่ก็ต้องรอ

ส่วนนางแต้ม ตัวละครของผม หรือ อธิการบดี ซึ่งมีสภาฯหนุนหลัง นางกำลังเพลิดเพลินกับอำนาจ ใช้วิธีการกลั่นแกล้งครูบาอาจารย์พนักงานและนักศึกษา อยู่เป็นพัลวันด้วยการฟ้องหมิ่นประมาทบ้าง ประเมินผลการปฏิบัติงานให้ได้คะแนนน้อยบ้าง ตัดเงินเดือนบ้าง ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเพื่อเอาผิดบ้าง จนอาจารย์และพนักงานชินชาไปหมดแล้ว ไม่ค่อยซีเรียสเท่าไร

สิ่งที่อาจารย์และพนักงานทำก็คือ เตรียมตัวให้พร้อม ไม่ว่านางจะมาไม้ไหนก็ป้องกันด้วยไม้นั้น เช่น ถ้าใช้มีดฟันมา พวกเขาก็รับด้วยมีด ถ้าใช้ธนูยิงมา พวกเขาก็รับด้วยโล่ ใช้เวลารอคอย และรวบรวมหลักฐานการกระทำความผิดของพวกมารทั้งหลายอย่างใจเย็น เหมือนต้มสมุนไพร

และตอนนี้การรอคอยก็เริ่มปรากฏผลแล้ว  เพราะศาลอาญาคดีทุจริตฯเมืองประทายสมันต์ ออกหมายเรียกกรรมการสภาฯและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประมาณ 20 กว่าคน เพื่อพิจารณาการฏีกาของท่านปัญเจริญ แคนดิเดทคู่กรณีของนางแต้มมาตั้งแต่ต้น ศาลนัดราวกลางเดือน มิย. 65 นี้ ว่าจะรับฏีกาหรือไม่ ผมเข้าใจว่า ศาลคงจะไต่สวนตามหลักฐานที่โจทก์ฏีกา ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาจะต้องไปชี้แจ้งต่อศาล

ฉะนั้น ตอนนี้นางแต้มจึงอยู่ไม่ติด เรียกว่ามีอาการ ทำเรื่องไปราชการบ่อยมาก  ก็คงจะไปวิ่ง ไปเตี้ยมกันว่าจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร  บอกได้เลยว่าอยู่ไม่เป็นสุขอย่างแน่นอน

ตัวอย่างก็ผมเองนี่แหละ ถูกตำรวจจับด้วยข้อหามีวัตถุโบราณอันเป็นสมบัติของชาติไว้ในครอบครอง ซึ่งผิดกฏหมาย มีโอกาสติดคุก 100 เปอร์เซ็น ผมวิ่งตับแลบ เหนื่อยมาก  เพื่อหาช่องทางที่จะรอด เครียดอยู่หลายเดือน และด้วยไม่มีเจตนา อัยการสูงสุดจึงสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาด กรณีของสภาฯและนางแต้ม ถ้าศาลรับฏีกา ก็เท่ากับมีความผิดชัดเจน โอกาสติดคุก 100 เปอร์เซ็น และรอดยาก เพราะมีเจตนาชัด  และอย่าหวังว่าศาลจะให้รอลงอาญานะ  เพราะทำผิดหลายกระทงเหลือเกิน อย่างน้อยก็ต้องโดนสักกระทงหนึ่งละ ไม่ได้แช่ง ขอให้หลับฝันดีนะครับผม

Leave a Reply

Your email address will not be published.