จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่กำแพง (24 ตัดเชือก)

วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564

จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่กำแพง (24 ตัดเชือก)

18

ขณะนี้สถานการณ์ของทั้ง ม.สารขัณฑ์และ ม. กำแพงมณีกำลังสนุก ชิงกันว่า ใครจะติดคุกก่อนกัน  สำหรับสารขัณฑ์ ตอนนี้มีลางบอกเหตุหรือเกิดอาเพศขึ้นแล้ว ทำให้นางแต้มมีอาการโงนเงน โงกเงก ทำท่าจะโหง่ยลงมา จึงเตรียมจัดกำลังเสริม  มีตัวเต็งก็น้องเฮลบลูบอย และป้าติ่มซำ งานนี้ ถ้าเป็นการแข่งม้า แทงวินน้องเฮลบลูบอยได้เลย  ส่วน ป้าติ่มซำ ให้แทงเพลส รับทรัพย์แน่นอน

ส่วนที่กำแพงมณี ผู้สันทัดกรณีบอกว่า “เรื่องรักษาราชแทนอธิการบดีเถื่อนของคุณปรสิต  ผู้ที่รู้ดีที่สุดก็คือกรรมการที่เคยฟ้องชนะคดีการสรรหาอธิการบดีและศาลได้ตัดสินว่าการสรรหาไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ต้องใช้เวลา เกือบ10 ปี ผู้ชนะก็ได้ดีใจแค่แป๊บเดียวก็ทำอะไรไม่ถูก ก็เพราะพอหันมาดูที่กำแพงมณีก็มีหลักฐานที่ชัดเจนกว่าคดีที่ตัวชนะอีก แต่กลับทำซื่อบื้ออีก เรื่องนี้พออนุมานได้ว่า

1.กรรมการคนนั้นแกล้งโง่เพื่อ

1.1ได้รับผลประโยชน์จากการแต่งตั้ง อธิการบดี และรักษาราชการอธิการเถื่อน

1.2 ต้องการวางยานายก เพราะเป็นคนลงนามในคำสั่งแต่งตั้งให้รักษาการอธิการบดี เพื่อหวังจะเป็นนายกเสียเอง

1.3เนื่องจากตัวเองเคยผิดหวังไม่ได้เป็นอธิการบดีจึงหาทางกลั่นแกล้งคนอื่นให้เหมือนตัวเองเพื่อความสะใจ(เหมือนสุนัขจิ้งจอกหางด้วน)

1.4ตัวเองไม่รับการแต่งตั้ง(ถูกปลด)เป็นกรรมการต่อ ในมหาลัยอื่น เลยแกล้งให้ที่กำแพงมณีมันวุ่นวายเล่นไม่แนะนำอะไรที่เป็นประโยชน์

2.โง่จริง (ไม่ต้องอธิบายอะไร)ต้องติดคุกกันหมด

ดังนั้น ก็ขอให้กรรมการทุกคนโชคดี และรอดคุกให้ได้เพราะในวันที่ 24 ธันวาคม 2564 ศาลทุจริตฯจะมีคำสั่ง ว่าจะรับไต่สวนหรือไม่”

ผศ.ดร.La Ph บอกว่า “ความอยากอย่างแรงกล้าทำให้คุณปรสิตเป็นคนอกตัญญูและลืมทุกอย่างที่วิญญูชนพึงระมัดระวัง ตอนนี้เธอดีใจและเริงร่ายิ่งกว่ากระดี่ได้น้ำเพราะคิดว่าจะได้รับโปรดเกล้าฯ คงต้องปล่อยให้เธอดิ้นต่อไปสุดแรงเกิด และคอยดูกันว่าเวลาที่กระดี่โดนขี้โคลนหุ้มตัวแล้วถูกแดดแผดเผาจนขี้โคลนแห้งรัดตัวกระดี่จนค่อยๆตายทีละตัวอย่างทุกทรมานจะรู้สึกอย่างไร”

ผศ ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล บอกว่า“อยากดูนิยายเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะมีความต่างกัน คนหนึ่งไม่ได้เป็นข้าราชการพลเรือน อีกคนยังเป็น ถ้าดันทุรังจนได้เป็นตัวจริง ก็ต้องไปร้องเรียนสำนักนายก หรือใช้เงินจ้างนักข่าวช่องใดช่องหนึ่งตีข่าวทุกวัน แต่ถ้าเงินอีกฝ่ายหนากว่า เอาเงินไปฟาดทับ ก็จบเห่  ต้องจัดการส่งเป็นหนังสือร้องเรียนไปทุกๆสำนักต้องมีช่องที่เรตติ้งต่ำ เข้าตาสนใจสักช่องนะ เพราะมันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนมหาศาล ต้องให้หน่วยงานที่ควบคุม

เข้ามาตรวจสอบมันเป็นการฉ้อราษฎร์บัวหลวง เงินภาษี ปชช. นะ”

Leave a Reply

Your email address will not be published.