จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่กำแพง (ตายเป็นตาย)

วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564 

จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่กำแพง (ตายเป็นตาย)

25

ผศ.ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล : “คนส่วนใหญ่ มักจะคิดเข้าข้างตัวเองเสมอ คำสั่งว่าไม่ทุเลา แต่มีการรับคำฟ้อง ก็แปลว่ามีเรื่องแล้ว แต่ด้วยความโลภ เลยแปลเอาเองว่า ลุยต่อได้  555  นี่แหละกิเลสคน มักจะปิดบังความจริงที่จิตจะไม่ยอมรับอยู่แล้ว และถ้ายิ่งใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ของที่อื่นมาประกอบ ก็จะเกิดอาการดื้อด้าน และจะหาวิธีทุกวิถีทาง ที่ทำให้ได้ตำแหน่ง  แต่หารู้ไม่ว่า ความจริงเบื้องหลังที่เขาทำจนสำเร็จ เขาทั้งวิ่ง ทั้งขวิด ทั้งใช้ตำแหน่งหน้าที่ ที่ยังไม่ชอบธรรม ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา แถมพ่วงคดีอาญา ทุจริต ตามมาเป็นพรวน  เมื่อสร้างศัตรูก็ต้องมีนักร้อง ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น ดังนั้น ชีวิตในแต่ละวัน ในแต่ละเวลา ต้องใช้สมองไปคิดแก้ปัญหา วางแผน กำหนดกติกา พร้อมทั้งหาเรื่องคนไปทั่ว  อ้อ ใช้เงินมหาศาลด้วยนะ  ถ้าคิดอยากมีชีวิตที่ปกติสุข ก็อย่าคิดทำ แต่ถ้าบอกตัวเองว่า ด้านได้ อายอด ก็ลุยไปเล้ย ตายเป็นตาย”

ผู้สันทัดกรณี : “สุภาษิต จีนกล่าวไว้ว่า “วิธีทำชั่ว ที่ไม่ให้คนอื่นจับได้ คืออย่าทำชั่ว” ดังนั้น การที่คุณปอสิต แต่งตั้งคุณพวกมากและคุณบุญเยี่ยม เป็นรองอธิการบดี นั้น ก็ถือว่าเป็นการทำชั่ว(ผิดกฎหมาย)อย่างหนึ่ง เพราะกฎหมายได้ห้ามเอาไว้ เนื่องจากบุคคลทั้ง 2 ได้ร่วมกระทำผิดในกรณีที่วางตัวไม่เป็นกลางในการสรรหาอธิการบดี กล่าวคือ

1.คุณพวกมาก เป็นกรรมการสรรหาอธิการบดี พยายามหาทางช่วยคุณปอรสิตทุกวิธีทางเช่นล็อบบี้กรรมการสรรหาด้วยกันให้ช่วยคุณปอรสิต และให้คะแนนช่วยคุณปอรสิตให้ได้ 85 เท่ากับผู้เข้ารับการสรรหาคนอื่นๆทั้งที่คุณสมบัติด้านต่างๆก็ด้อยกว่าจนเห็นชัดเจน ในที่สุดก็แต่งตั้งให้เป็นรองอธิการบดี อย่างนี้เขาเรียกว่าผลประโยชน์ต่างตอบแทน

2.คุณบุญเยี่ยม ถึงแม้ว่าไม่ได้เป็นกรรมการสภา และไม่ได้เป็น 1ใน10 ของจำเลยก็ตาม แต่ปรากฏว่า คุณบุญเยี่ยมจะไปร่วมกระทำผิดกับท่านครกทุกที่ในการวางตัวไม่เป็นกลางช่วยคุณปอรสิตในการสรรหาอธิการบดีตลอดเวลาในการเกลี้ยกล่อมกรรมการสภาหรือข่มขู่อาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัย ซึ่งจะต้องไปให้การเป็นพยานในชั้นศาลแน่นอน และคุณบุญเยี่ยมอาจต้องติดคุกเสียเองก่อนใครถ้าเบิกความเท็จต่อศาลในคดีอาญา และอย่าพยายามโกหกเป็นอันขาดว่าไม่ได้อยู่ร่วมกับท่านครก เพราะโจทก์สามารถร้องขอต่อศาลให้เรียกฐานเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ว่าคุณบุญเยี่ยมกับท่านครกไปไหนด้วยกันในการไปล็อบบี้หรือข่มขู่ใครที่ไหน สัญญาณ ของทั้ง 2 คน ก็จะไปปรากฏตามเสาสัญญาณ คู่กันตลอดเวลา จึงขอเตือนว่าอย่าเบิกความเท็จเป็นอันขาด ขอให้พูดความจริง ซึ่งความจริงจะทำให้ท่านครก และจำเลยอีก 9 คนติดคุก แน่นอน 100%

สรุป แล้วคุณปอรสิต ควรหยุดดิ้นชั่วคราวรอหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน จึงค่อยหาทางลง และขอให้คุณปอรสิต เป็นคนถือป้าย เค้าท์ ดาวน์ เป็นคนสุดท้ายในวันที่ 30 ตุลาคม แล้ว อีก 2วั นจะเป็นวันชี้ชะตา ว่าคุณปอรสิตจะควรอยู่ต่อแล้วปล่อยให้ทั้ง 10 คนติดคุก หรือควรไป แต่ทั้ง 10 คน ยังติดคุกเหมือนเดิม”

ผศ.ดร.La Ph : “พฤติกรรมของคุณปอรสิต เสมือนเป็นผู้ร้าย ใจกล้า หน้าด้าน ปากแข็ง และมีกิเลสตัณหาอย่างแรงกล้าที่จะเอาตำแหน่งมาให้ได้ทั้งๆที่ก็รู้ๆว่าตนเองชิงสุกก่อนห่าม มี “พ่อดัน” เข็ญเข้าสู่หลักชัยด้วยกลเกมทึ่น่ารังเกียจ จนทำให้ “พ่อดัน” เปลี่ยนจากหน้าซีด-เป็นหน้าเหลือง-กลายเป็นหน้าเขียว-จนถึงเปลี่ยนเป็นหน้าดำคล้ำเครียดอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะ “เธอคนเดียว” …จึงอยากเตือนแล้วเตือนอีกว่า ขอให้อดทนรออีกนิด และยอมถอยเพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น อย่าเอาอย่างที่ไม่ดีจากที่อื่นๆเลย และดันทุรังจะไปต่อให้ได้…เชื่อว่าการยอมถอยครั้งนี้ ย่อมได้รับการสรรเสริญจากชาวกำแพงมณีและสังคมอย่างแน่นอน….”

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.