จิปาถะ เรื่องสั้น อีแสบ (หลากอารมณ์)

วันเสาร์ที่ 2  ตุลาคม พ.ศ. 2564

จิปาถะ เรื่องสั้น อีแสบ (หลากอารมณ์)

2

ผู้สันทัดกรณี : “วันก่อนในบรรยากาศงานเลี้ยงเกษียณของมหาวิทยาลัยกำแพงมณีที่คุณปอรสิตจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านครกในถ้าฐานะผู้มีพระคุณในการส่งเสริมให้ได้เสวยความสุขในฐานะรักษาการอธิการบดีด้วยความภาคภูมิใจและมีใบหน้าที่ยิ้มระรื่น และภูมิใจในตำแหน่ง แต่หันมาดูสภาพของท่านครกเหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะเดิน เข้ามาในงานในสภาพเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก ลูกน้องเริ่มมองไม่เห็น ไม่มีคนยกมือไหว้ ที่ไม่มาร่วมงานก็มาก บางคนพอเข้าใกล้ก็เกิดอาการไอขึ้นมาทันที โดยหันหน้าไปไอทางอื่นจนกว่าท่านครกจะเดินผ่าน นั่งในงานก็ไม่มีความสุข และทำให้พบสัจจะธรรมขึ้นมาในใจคือ

1.ขนาดยังไม่เกษียณ ยังถูกลูกน้องรังเกียจขนาดนี้ เหมือนคนยังไม่ตายแต่มีกลิ่นเหม็นจนลูกน้องรังเกียจแล้ว

2.ลูกน้องที่เราทุ่มเทเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางเพื่อช่วยให้ได้ตำแหน่งดังที่หวังไว้ก็ไม่ได้สนใจใยดีแล้ว ไม่ได้เห็นความทุกข์ของเราเลย ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาหรือทุกข์ร้อนกับเราเลย ถ้าหากเราติดคุกเขาก็คงจะดีใจไม่ไปเยี่ยมดูแลเพราะหมดพันธสัญญากันเลย และเขาจะหมดคนกวนใจ

3.นี่ถ้าฝ่ายโจทก์เขามีไหวพริบว่าเราโทรไปขอคะแนนตามคณะต่างๆด้วยตัวเองแล้ว การสรรหาเป็นโมฆะแน่นอนพวกเราคงติดคุกกันทั้งทีม ซึ่งหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเราช่วยเขาจริงมันชัดเจนกว่า ม.พิบูลเสียอีก ในใจก็นึกหวั่นๆอยู่ว่าถ้าฝ่ายโจทย์ ขอให้ศาล ขอหลักฐานการใช้โทรศัพท์ของเราก็คงเข้าปิ้งกันเป็นแถว

4.เราน่าจะแบกหน้าไปขอความเมตตาจากคุณปอรสิตโดยไปกราบเท้าคุณปอรสิต ให้ช่วยเหลือเราโดยการสละสิทธิการได้รับการสรรหาและลาออกจากรักษาการดีกว่า เพราะเป็นเด็กของเราสร้างขึ้นมา ดีกว่าให้ศาลพิพากษาว่าเป็นโมฆะและจะมีผลให้ พวกเราจะติดคุกกันหมด

5.เราอาจนำเรื่องนี้ไปคุยกันในสภาฯเพื่อทบทวนเพื่อ ลงมติยกเลิกมติการสรรหาอธิการบดีเสียเลยดีกว่า ยิ่งทราบว่าฝ่ายโจทก์จะไปเรียนเชิญ ท่าน รศ.สุรชัย ฯ โจทก์ผู้ชนะคดี มาเป็นที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายด้วยแล้ว ก็จะทำพวกเราแย่หนักเข้าไปอีก เพราะฝ่ายเราไม่มีนักกฎหมายที่เก่งเลย ที่มีก็รู้กฎหมายแบบงูๆปลาๆ ซ้ำเป็นผู้นำทำผิดเสียเอง แทนที่จะแนะนำคนอื่นว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้

ถ้ารู้ว่าอยู่ในงานจะมีสภาพอย่าง ไม่มางานแม่ง เสียดีกว่า มีแต่ความทุกข์ตลอดงาน เพราะเห็นแต่ภาพตัวเองติดคุกยืนเกาะลูกกรงตลอดเวลาเลย”

ผศ.ดร.La Ph : “คิดว่าคุณครกคงไม่ได้พิศวาสคุณปอรสิตมากมายนัก แต่ที่ออกแรงหนุนอย่างสุดตัวก็เพราะวางแผนไว้ว่าจะได้กลับมามีอำนาจอย่างต่อเนื่อง “สมัยนี้จะขอเป็นรองฯ และสมัยหน้าหวังเป็นเบอร์ 1” ถ้าเป็นคนรู้จักพอคงจะปล่อยให้กระบวนการสรรหาเป็นไปอย่างยุติธรรม ปัญหาต่างๆก็จะไม่เกิดขึ้น มหาวิทยาลัยจะได้พัฒนาอย่างมีระบบ สังคมภายในก็ไม่แตกแยก ลึกๆแล้วยังหวังว่าคุณครกจะคิดได้และชักชวนกรรมการสภาฯฝ่ายตนแสดงสปิริตเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของมหาวิทยาลัย”

ผู้สันทัดกรณี : “น่าจะหมดหวังแล้วครับ เพราะคงติดคุกกันทั้ง 10 คนก่อน ที่สำคัญคุณปอรสิต เขาถีบหัวส่งแล้วครับ”

ผศ.ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล : “เฮ้อ ปล่อยไปให้สุดทาง… ที่…น่ารังเกียจกลุ่มคนพวกนี้  ผิดก็ยังจะทำ”

…..

Leave a Reply

Your email address will not be published.