จิปาถะ เรื่องสั้น อีแสบ (การทำลายจิตวิญญาณ)

วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564 (กรอบบ่าย)

จิปาถะ เรื่องสั้น อีแสบ (การทำลายจิตวิญญาณ)

29

ข่าวการปรับตำแหน่งฝ่ายบริหารของ นางแต้ม  3 ที่ทยอยออกมาเป็นระยะๆ และเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หรือที่เรียกว่ายังไม่นิ่ง จนกว่าจะเป็นของจริง ซึ่งหมายความว่า นางกำลังสร้างความสมบูรณ์ตามแผนการใหญ่ของนางแล้ว

ฉะนั้น ตอนนี้ข่าวที่ออกมาจึงเป็นเพียงแผนลวงของนางแต้มที่จะแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจของตนเอง ตามลักษณะนิสัยชอบโอ้อวด พอใจที่คนวิ่งเข้าหา เพื่อสวามิภักดิ์ ซึ่งแปลว่า “ยอมตนหรือมอบตนอยู่ใต้อํานาจ เช่น ข้าศึกเข้ามาสวามิภักดิ์”  ยิ่งเข้ามาร้องห่มร้องไห้ขอสิ่งที่ต้องการ แบบเดียวกับที่นางชอบใช้อยู่ เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ต้องการ นางยิ่งชอบมากๆ

การสร้างเงื่อนไขเพื่อให้คนที่อยากได้ตำแหน่งวิ่งเข้าหา ด้วยการสร้างข้อต่อรอง แบบให้รู้สึกว่า “มีบุญคุณอย่างสูง” บุญคุณที่จะต้องทดแทน และจะต้องจงรักภักดีแบบถวายหัว  พร้อมรับปฏิบัติตามคำสั่งโดยทันทีแบบไม่ต้องคิด เพื่อนางจะได้ใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายฝ่ายตรงข้ามและการดำรงอยู่ในตำแหน่งของนาง ดังจะเห็นว่า ตอนนี้มีรายชื่อผู้ที่ได้รับตำแหน่งทางวิชาการออกมาล็อตใหญ่ เกือบ

20 คน ในลักษณะบำเน็จรางวัลความภักดี เป็นการสร้างความเข้าใจว่า “เห็นไหมล่ะ! เพราะฉันนี่แหละ พวกเธอถึงได้” แต่ความจริงนางอุบไว้นานแล้ว สำหรับนางทุกอย่างต้องมีเล่ห์เหลี่ยมเสมอ

วิธีการที่จะให้ทุกคนเกรงกลัวและอยู่ในอำนาจนั้น เป็นความสามารถพิเศษของนางจริงๆ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ไอ้สุชี๋ นายกสภามหาวิทยาลัย ผมเดาว่า นางคงให้กินกุ้งมาก  เวลาอยู่ต่อหน้านาง“หน้าแกจะกระดำกระด่าง ตัวงอยังกับกุ้งเผาเลยทีเดียว” บอกได้เลย  ไอ้บ้านี่ ไม่เหลืออะไรเลย สูญเสียความเป็นคนไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

ข่าวแจ้งว่า นางพรดำปี๋ หรือ พรขาวจั๊วะ หรือนางหน้ารูปหยดน้ำ จะยังได้อยู่ในตำแหน่งต่อไป ถ้าเป็นเช่นนั้น ข่าวที่จะปลดนาง จึงเป็นการทดสอบความจงรักภักดี ว่านางดำปี๋ยังพร้อมที่จะเข้าไปกราบกรานอย่างพินอบพิเทา และพร้อมจะถือกระเป๋าเดินตามก้นอยู่ต่อไปได้หรือไม่  แต่ไม่ใช่นางแต้มกลัวว่า คม หักศอก จะเดาถูกอย่างแน่นอน.   

เรื่องที่พวกหมานายวิ่งหาตำแหน่งกันวุ่นไปหมดนี้ ผศ.ดร.La Ph แสดงความเห็นมาว่า

“พวกที่เชื่อมั่นอย่างเข้ากระดูกดำว่า “เงินและอำนาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชืวิตและเป็นของคู่กัน” ก็จะหาทางวิ่งเต้นเล่นเส้นเล่นสายทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งนี้ จึงไม่แปลกใจในการได้มาซึ่งตำแหน่งทั้งหลาย…ปัจจุบันสารขัณฑ์จะเปลี่ยนจากความเชื่อมั่นในเรื่อง “คนดีคนเก่ง” มายึด “พวกกูของกู” อย่างสมบูรณ์แบบ หนักกว่าระบบการเมืองน้ำเน่าเสียอีก..ขอย้ำว่าที่พูดเรื่องนี้ไม่ได้อิจฉาใครที่ได้ตำแหน่งใดๆ…ส่วนใหญ่พี่ๆน้องๆที่ออกมาให้กำลังใจผู้ถูกกระทำ ก็ทำไปในฐานะเพื่อนมนุษย์ ไม่ได้อยากเข้าไปหาตำแหน่งหรือผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น ทุกคนมีความพอเพียงและมีความสุขกับครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง และยังได้ช่วยเหลือสังคมภายนอกตามโอกาสอันเหมาะสม ดังนั้นถ้าได้ทราบปัญหาของน้องๆ ลูกๆ ในสารขัณฑ์แล้ววางเฉย ก็ดูจะเป็นคนใจจืดใจดำเกินไป…”

Leave a Reply

Your email address will not be published.