จิปาถะ เรื่องสั้น อีเปรต (ขอให้แม่งมันติดคุก)

วันจันทร์ที่ 13  ธันวาคม พ.ศ. 2564

จิปาถะ เรื่องสั้น อีเปรต (ขอให้แม่งมันติดคุก)

13

ปลายปี 2564 และต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า 2565 คดีความระหว่างนางแต้ม ตัวละครของผม หรือ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ เฉพาะคดีหมิ่นประมาทที่นางเป็นโจทก์ฟ้องอาจารย์ พนักงานและนักศึกษา เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 ธค. 64 ศาลนัดโจทก์และจำเลยไกล่เกลี่ย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะโจทก์ต้องการให้จำเลยทั้ง 7 คนขอขมา ถ้าโอเคก็ยินดีจะถอนฟ้อง แต่จำเลยไม่สามารถตกลงด้วยได้ เพราะเท่ากับจำเลยยอมรับผิด อีกทั้งไม่แน่ใจว่า เมื่อยอมรับผิดแล้ว นางจะตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเพื่อเอาโทษหรือไม่  และคาดเดาไม่ผิดว่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะนางคือมารแห่งการอาฆาตมาดร้าย  จากนั้นวันที่ 9 ธค. 64  ศาลนัดโจทก์และจำเลยชุดเดิม แต่มีจำเลยเพิ่มขึ้นมาอีก 2 คน เป็น 9 คน การไกล่เกลี่ยก็ออกมาในรูปเดิม คือ “ไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ” ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องอีกครั้งในวันที่ 14 ธค. 64 ส่วนคดีที่นางแต้มฟ้องนักศึกษา ศาลนัดวันที่ 20 ธค. 64  นี่ยังไม่รวมคดีที่ศาลสารคามบุรี และศาลคดีอาญาทุจริตที่ เมืองประทายสมันต์ และศาลปกครองที่เมืองโคราชา นะครับ “อธิการค้าความดีเด่น”

เรื่อง ไกล่เกลี่ย ผมลุ้นระทึกอยู่กลายวัน กลัวจะไปเสียรู้นางแต้ม  และดีใจสุดๆที่ “การไกลเกลี่ยไม่สำเร็จ” จะให้สำเร็จได้อย่างไร เอาเปรียบจำเลยทุกอย่าง ลองคิดดูซิว่า จำเลยทั้งหมดสิบกว่าคนสูญเสียอะไรไปบ้าง มากน้อยแต่ไหน ทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย ครอบครัว และทรัพย์สินเงินทอง เพื่อนร่วมงานและชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง มันกระทบกับวิถีชีวิตมากมายก่ายกองเกินกว่าที่จะไกล่เกลี่ยหรือยอมความกันได้อย่างเด็ดขาด  มันเหมือนนั่งอยู่บนเครื่อง บนท้องฟ้าโน่น อยู่ดีๆจะให้โดดลงไปหรือไง บ้าไปแล้ว!

ขอยกตัวอย่างความสูญเสียทางด้านจิตใจและร่างกายซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน  เริ่มตั้งแต่มีหมายศาลมาติดอยู่ที่ประตูหน้าบ้าน ซึ่งหมายถึงมีคดีความ เป็นผลให้ต้องคอบดูที่ประตูทุกวัน เพราะกลัวหมายจะมาอีกจะผิดนัดศาล ความกลัวนี้บั่นทอนจิตใจอย่างมาก ทำให้วิตกกังวล หดหู่ หงอยเหงา เพื่อนฝูงที่เคยสนิทสนม ตีตัวออกห่าง ไม่อยากเสวนาด้วย เพื่อนบ้านใกล้เคียงก็พลอยรังเกียจ ที่เจ็บปวดมากก็คือ เพื่อนร่วมงานบางคน ยอมเป็นเครื่องมือนางแต้ม มาทำร้ายให้หนักขึ้นอีก เป็นผลให้มีอาการกินไม่ได้นอนไม่หลับ ฝันร้าย ท้องไส้ปั่นป่วน ความดันโลหิตที่สูงอยู่แล้ว สูงขึ้นไปกว่าเดิมอีก ทำให้เครียดมาก ซึ่งเป็นผลให้ร่างกายอ่อนแอ ทรุดโทรม จนถึงกับเจ็บไข้ได้ป่วย  ฉะนั้น เรื่องนี้จะยอมไม่ได้  ลงทุนไปมากแล้ว ต้องทำตัวให้เหมือนมดแดงที่ไม่เคยถอยหนี

มีเสียแว่วมาว่า “กว่านางแต้มจะติดคุก เราก็ถูกเพื่อนร่ามงานซัดจนงอมพระรามไปแล้ว ส่วนนางแต้ม ถึงจะติดคุกแต่ก็คงอยู่ในคุกไม่กี่วัน จากนั้นก็ออกมาใส่กุญแจเท้าอยู่กับบ้าน สบายใจเฉิบ”

“ไม่เป็นไร  เราไม่ต้องการให้นางต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในคุกยาวนานหรอก อดสงสารนางไม่ได้  เพราะเรามีเมตตา พ่อแม่สอนมาอย่างนั้น แต่อยากให้นางและพวกขี้ข้าติดคุก สักวันสองวันก็ช่าง ขอให้มันติดคุกก็แล้วกัน  เพื่อพวกมันจะได้รับรู้ถึงความสูญเสีย ความเจ็บปวด และความทุกข์ทรมาน ด้วยตัวของมันเอง เท่านั้นก็พอแล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published.