จิปาถะ เรื่องสั้น อีเปรต หกห้า (ดสปอ)

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2565

จิปาถะ เรื่องสั้น อีเปรต หกห้า (ดสปอ)

20

กรณีสภามหาวิทยาลัยหลายแห่งปล้นเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัย 1.5/1.7 ทั้งสายผู้สอนและ สายสนับสนุนการสอน ซึ่งเป็นการละเมิดกฏหมายนั้น ปรากฏคำวินิจฉัยของศาล เมื่อเร็วๆนี้ ความตอนหนึ่งว่า “กรณีจึงเห็นได้ว่า มติคณะรัฐมนตรีเป็นการกำหนดสาระสำคัญให้ยึดถือเป็นแนวทางให้มหาวิทยาลัยต้องปฏิบัติตามในการจ้างพนักงานมหาวิทยาลัยสายผู้สอน ในอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนแรกบรรจุและบวกเพิ่มอีกร้อยละ 70 หรือคิดเป็น 1.7 เท่า ของอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนแรกบรรจุของข้าราชการ ส่วนการจ้างพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน ให้จ้างในอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนแรกบรรจุและบวกเพิ่มอีกร้อยละ 50 หรือ 1.5 เท่า ของอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนแรกบรรจุของข้าราชการนั้น แม้มติคณะรัฐมนตรีข้างต้นจะให้อำนาจมหาวิทยาลัยสามารถใช้ดุลพินิจกำหนดจำนวนบุคคลที่จะจ้างและอัตราค่าจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับจัดสรรโดยได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยก็ตาม แต่คงมีหมายความเพียงให้อำนาจมหาวิทยาลัย ในการกำหนดจำนวนบุคคลที่จะจ้างและอัตราค่าจ้างตามตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยประสงค์จะจ้าง ซึ่งอัตราค่าจ้างแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ประสงค์จะจ้าง หาได้หมายความว่าจะกำหนดอัตราค่าจ้างของพนักงานมหาวิทยาลัย สายผู้สอน ให้ต่ำกว่า 1.7 เท่า หรือสายสนับสนุนการสอน ให้ต่ำกว่า 1.5 เท่า ได้แต่อย่างใดไม่” “ชัดเจนมาก แต่พวกเปรต อสูรกาย เดรัจฉานและสัตว์นรก ไม่เข้าใจ”เรื่องนี้ ผศ.ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล บอกว่า “เรื่องเงินเดือน 1.5,1.7 ไม่ใช่เรื่องคุณธรรม เป็นหน้าที่ที่ผู้บริหาร จะต้องปฏิบัติตามคำสั่ง แต่พอเบี่ยงเบนไปก็เกิดเรื่องราวบานปลายจบยาก ทำไมรัฐบาลที่มีหน้าที่ดูแลกำกับ ไม่สั่งตรงให้ปฏิบัติ ปล่อยให้เกิดคดีฟ้องร้องทำไม เสียเงิน เสียเวลา และเป็นคดีรกศาลอีก เรื่องง่ายๆแค่นี้ก็ทำไม่ได้ งงมาก ต้องอบรมบ่มนิสัยใหม่ตั้งแต่เล็กๆ ให้รู้จักคำว่าหน้าที่ function รู้จักวินัย discipline เรื่องขยัน อดทน ซื่อสัตย์ กตัญญู จะตามมาแบบอัตโนมัติ จริงไม๊?”ส่วน ผศ.ดร.La Ph เสริมว่า “นางแต้ม เคยพูดกับลูกน้องใกล้ชิดไว้ว่า “ถ้าพวกที่ฟ้องชนะคดี ฉันก็จะปรับเงินเดือนให้พวกเธอเหมือนกัน ไม่ต้องไปฟ้องให้เสียเงิน” แต่พอน้องๆชนะคดีในศาลชั้นต้น นางกลับไปอุทธรณ์ต่อพฤติกรรมดังกล่าวแสดงถึงความไม่จริงใจ โป้ปดมดเท็จและหลอกลวงแม้แต่คนใกล้ชิด เหมาะสมแล้วกับสมญา “ผู้บริหาร ด ส ป อ” จึงอยากให้นางแต้มและลิ่วล้อนึกทบทวนว่าการที่รัฐบาลได้กำหนดอัตราเงินเดือนให้อาจารย์และพนักงานเป็นอัตรา 1.7,1.5 ของข้าราชการนั้น เขาได้คำนวณอย่างละเอียดถี่ถ้วนและเป็นธรรมที่สุดแล้ว จึงไม่ควรหาวิธีเอาเปรียบเบียดเบียนสิทธิ์ที่พึงได้ของเขา และควรหันมาคำนวณรายได้ของตนเองเปรียบเทียบกันดูซิว่า ตนมีรายได้ต่อเดือนเป็นเงินเท่าไหร่ มีทั้งเงินเดีอน เงินประจำตำหน่ง เงินค่ารถประจำตำแหน่ง และเงินรายได้อื่นๆมากมายทั้งในระบบและนอกระบบ รวมทั้งเงินบำนาญอีกต่างหาก รวมๆแล้วคิดว่าให้คน 10 คนมาช่วยใช้ก็ใช้ไม่หมด ส่วนน้องๆที่เขาเรียกร้องสิทธิ์ของเขานั้นล้วนแต่อยู่ในวัยสร้างเนื้อสร้างตัว มีครอบครัว มีพ่อแม่พี่น้อง และลูกๆที่ต้องดูแล การสร้างบาปกับน้องๆ 1 คน ก็เท่ากับได้ทำบาปกับสมาชิกในครอบครัวไม่ต่ำกว่า 10 คนเช่นกัน…

Leave a Reply

Your email address will not be published.