จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (จะกินทั้งขี้และขึ้นศาล)

วันอาทิตย์ที่ 5  กันยายน  พ.ศ. 2564

จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (จะกินทั้งขี้และขึ้นศาล)

5

จากกรณีศาลฏีกาจังหวัดอุดรธานี พิพากษา “จำคุก” อดีตประธาน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ 1 อุดรธานี และ ผอ.โรงเรียนดังกับพวกไม่รอลงอาญานั้น คงทำให้นายกสภาฯและกรรมการสภาฯทั้งที่ ม.สารขัณฑ์และ ม.กำแพงมณี ถึงกับไข้ขึ้นร้อนๆหนาวๆไปตามกัน เพราะผู้สันทัดกรณีบอกว่า “การใช้ดุลยพินิจของกรรมการแต่ละคนในการที่จะแต่งตั้งใครให้ดำรงตำแหน่งอะไรนั้นเป็นเอกสิทธิ์  แต่ถ้าการใช้ดุลยพินิจและเอกสิทธิ์ที่มิชอบ ก็จะติดคุกแบบเดียวกับกรณีอุดรธานี” ส่วนจะติดน้อยติดมากก็ต้องว่ากันเป็นกระทงๆ ไป แต่คงไม่ใช่วันสองวันแน่นอน

เรื่องนี้ ผศ.ดร.ชลิดา ภัทรศรีจิรากุล แสดงความเห็นว่า “ติดแค่วันเดียวก็สยองแล้ว ไม่ใช่เรื่องของคนดีที่ควรเรียนรู้  แค่มีคดีความ คนจีนบอกว่า กินขี้ยังดีกว่ามีคดีอย่างที่ว่า  บางคน ความโลภ บ้าอำนาจ และหลงตัวเอง เลยเพลิดเพลินกับการกระทำผิดกฎหมาย การที่จะได้รับรอลงอาญา ต้องเป็นคดีความที่ไม่เคยมีมาก่อนประกอบกับคุณงามความดี แต่ถ้าคดีอื่นๆที่ตามมาอีกล่ะ น่าคิดนะ

และผู้สันทัดกรณี ได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมมาอีกว่า “กรรมการสภามหาวิทยาลัยกำแพงมณี ที่กำลังเหลิงดีใจว่าได้สรรหาอธิการบดีได้เรียบร้อยแล้วและการแต่งตั้งรักษาการอธิการบดีเถื่อนได้แล้ว  กรุณาไปอ่านคำพิพากษาของศาลฎีากรณีแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.โรงเรียนในจังหวัดอุดรธานีให้ละเอียดแล้วจะรู้ว่าพวกท่านมีโอกาสจะติดคุกสูงมาก ดังนั้นจึงอยากให้เห็นความลำบากในการอยู่ในคุก จากปากของนักโทษที่ออกมาเล่าถึงสภาพความเป็นอยู่ในคุก เพื่อประกอบในการจะพิจารณาเดินหน้าเข้าคุกหรือจะถอยดี จากคลิป เต็มๆ :https://fb.watch/7NnEoxnPgD/

ส่วน ผศ.ดร.La Ph แสดงความเห็นเชิงสรุปว่า “เหตุการณ์ที่เกิดขี้นที่อุดร กำแพงมณี และสารขัณฑ์ ล้วนเกิดขึ้นในวงการศึกษา ซึ่งสาเหตุของการประพฤติมิชอบก็คล้ายๆกัน คือ พวกมากลากไป ผู้บริหารหลงผิดคิดว่าตนเองมีอำนาจล้นฟ้าที่จะทำอะไรกับใคร อย่างไรก็ได้ โดยไม่ดูความเหมาะสมและไม่ฟังเสียงประชาคม ดังนั้นจุดจบย่อมไม่ต่างจากที่อุดร ถ้าองค์กรใดไม่มีคนพวกนี้เข้ามามีอำนาจ เชื่อว่าองค์กรนั้นจะพัฒนาได้อย่างเป็นระบบ มีธรรมาภิบาล และทุกคนอยู่ร่วมกันในองค์กรได้อย่างมีความสุข”

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.